“ข้อมูลจากศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปรียบเทียบปี 2566-2567 พบการเกิดอุบัติเหตุ 2,044 ครั้ง ลดลง 159 ครั้ง คิดเป็น 7.22% ผู้บาดเจ็บ 2,060 คน ลดลง 148 คน คิดเป็น 6.70% ผู้เสียชีวิต 287 คน เพิ่มขึ้น23 คน หรือ 8.71% นี่คือเหตุผลที่ สสส. ต้องร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์อย่างหนัก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสงกรานต์ปีนี้ จะเป็นสงกรานต์เลี่ยงดื่ม เพิ่มพื้นที่สุข สนุก เคารพสิทธิ สร้างค่านิยมที่ดีของสังคมเพื่อสืบสานประเพณีสงกรานต์ตามวิถีไทยดีงามให้คงอยู่ต่อไป” นางก่องกาญจน์ กล่าว
นางสาวอังคณา อินทสา มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า จากการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับปัญหาในช่วงเทศกาลสงกรานต์จากกลุ่มตัวอย่าง 2,552 คน ของมูลนิธิฯและเครือข่ายพบว่าผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงสงกรานต์ยังเป็นประเด็นสำคัญ คือ ถูกก่อกวนจากคนเมา 26.4% พฤติกรรมก้าวร้าวของคนเมาทำให้หวาดกลัว 19.7% ปัญหาเมาแล้วขับ 16.7% ทะเลาะกันในครอบครัว 11.5%ถูกคนเมาลวนลาม 10.8% และถูกคนเมาทำร้ายร่างกาย 3.8%
ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงมีข้อเสนอในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่สร้างสรรค์ ปลอดภัยสำหรับทุกคน ดังนี้
1. เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองต้องบังคับใช้กฎหมายอาญาเรื่องการลวนลามทางเพศ และ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเข้มข้น เช่น ไม่ขายเกินเวลา ไม่ขายให้คนอายุต่ำกว่า 20 ปี ไม่ขายให้คนเมา ไม่ขายในที่ห้ามขาย เป็นต้น
2. ผู้จัดงานต้องประชาสัมพันธ์กฎหมายเกี่ยวกับการลวนลามทางเพศ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และแนวทางปฏิบัติเมื่อเกิดการกระทำผิด สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่จัดสงกรานต์สร้างสรรค์ ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการคุกคามทางเพศ
3. ผู้พบเห็นต้องไม่นิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ และเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ในพื้นที่จัดกิจกรรมเล่นน้ำต้องมีจุดรับแจ้งเหตุให้ความช่วยเหลือ มีแผนเผชิญเหตุให้ชัดเจน
4. ครอบครัว สถาบันการศึกษาควรปลูกฝังเรื่องทัศนคติการเคารพเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น เพราะยังมีความเชื่อที่ผิดว่าสงกรานต์เป็นช่วงเวลาทองของการฉวยโอกาส ซึ่งไม่ถูกต้อง และไม่ว่าเทศกาลใดหรือผู้เสียหายจะแต่งตัวแบบไหน เราก็ไม่มีสิทธิไปละเมิดใคร
ด้าน นายนำโชค กระจ่างศรี อดีตเยาวชนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนชายบ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ในช่วงวัยรุ่นตนและเพื่อนต่างรอคอยเทศกาลสงกรานต์เพราะจะได้ปลดปล่อย ทำอะไรก็ได้ ทั้งกิน ดื่ม เที่ยว และในใจยังคิดจะฉวยโอกาส โดยไม่ได้เข้าใจ หรือสนใจเรื่องสิทธิเนื้อตัวร่างกายหรือการเคารพให้เกียรติคนอื่น คิดว่าคนที่มาเล่นสงกรานต์คือคนที่พร้อมจะโดน ดังนั้นสงกรานต์จึงกลายเป็นเทศกาลที่ไปหาเหยื่อ เก็บแต้ม เริ่มตั้งแต่ประแป้ง ถึงเนื้อถึงตัว ไปจนถึงการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตาม ตนเพิ่งจะมาปรับเปลี่ยนมุมมองความคิดและพฤติกรรมในเรื่องการเคารพสิทธิผู้อื่น การให้เกียรติผู้หญิงและทุกเพศสภาพเพราะถูกขัดเกลาจากบ้านกาญจนาภิเษก นางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และครูทุกคน หลังจากที่ก่อคดีและถูกลงโทษติดคุกเด็กในช่วงวัยรุ่น
“ผมและแฟนได้รับการอบรม ทำกิจกรรมในบ้านกาญจนาฯ ทำให้ได้ซึมซับเรื่องความเท่าเทียมกัน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ การเคารพในสิทธิเนื้อตัวร่างกาย เห็นคุณค่าในตัวเอง มองไปถึงอนาคตพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก เป็นเรื่องใหม่ที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน มันส่งผลกับชีวิตคู่และครอบครัวของผมมากๆ ทุกวันนี้ผมและภรรยา มีลูก มีครอบครัวที่อบอุ่น ไม่เคยใช้ความรุนแรงและมีความสุขดีหากมีโอกาสก็จะไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับสังคมเสมอในนามกลุ่มผู้ถูกเจียรไน ก็แอบคิดตลอดเวลาว่าถ้าระบบการศึกษาของไทยได้บ่มสอนแบบที่บ้านกาญจนาภิเษกขัดเกลา เจียรไนพวกเรา ปัญหาสังคมคงลดลงไปมาก สงกรานต์นี้อยากจะบอกเพื่อนๆ น้องๆ ว่าเหล้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงเถอะ สนุกแบบมีสติดีกว่า และควรเคารพให้เกียรติผู้อื่น มีเวลาทำกิจกรรมดีๆ คืนความสุขให้คนที่เรารัก ให้ครอบครัว” นายนำโชค กล่าว