ส่วนการทำกิจกรรมการส่องไฟนั้น ต้องการจะสื่อว่า ในตอนนี้พรรคการเมืองเสียอุดมการณ์ที่สัญญาไว้กับประชาชน เริ่มลืมสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน จึงถึงเวลาของแนววร่วมจะต้องมาค้นหาความจริงว่าทำไมสถานการณ์ถึงเปลี่ยนไป เพราะพรรคเพื่อไทยเรียกตัวเองว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอดทั้งปี 49 และ ปี57 น่าจะเข้าใจการอยู่ภายใต้เผด็จการ แต่ดูเหมือนพรรคเพื่อไทยจะลืมทุกอย่าง ทั้งนี้ก็ยังมีความหวังให้พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนใจ ก่อนวันโหวตนายกรัฐมนตรีก็อยากจะมีโอกาสได้พูดคุยและทำกิจกรรมเพื่อกดดันพรรคเพื่อไทย
ส่วนถ้าหากพรรคเพื่อไทยยังยืนยันจับมือกับเผด็จการ จะยกระดับการชุมนุมอย่างไรบ้างนั้น ยังตอบไม่ได้ว่าจะยกระดับอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้ชุมนุมออแกนิกจากคนที่รับไม่ได้แน่นอน
เมื่อถามว่า ดูแล้วเหมือนจะไม่มีทางที่พรรคเพื่อไทยไม่กลับมาจับมือกับก้าวไกลและ8พรรคร่วมนั้น จะเคลื่อนไหวอย่างไร อัลเจลโลว์ บอกว่า จนกว่าจะได้นายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้น ก็จะยังคงกดดันต่อไป พร้อมย้ำว่า ถ้ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะยกระดับการชุมนุม แต่ยังไม่ได้กำหนดรูปแบบของกิจกรรม แต่ยืนยันว่าจะยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ส่วนวันโหวตนายกจะไปเคลื่อนไหวหรือไม่ ให้รอติดตามการนัดหมายอีกครั้ง
ทั้งนี้กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้ออกแถลงการณ์ ระบุว่า จากการเลือกตั้ง 14 พ.ค.ประชาชนเลือกยืนอยู่ข้างประชาธิปไตย
แต่เมื่อพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอื่นๆ เริ่มมีแนวโน้มที่จะตระบัดสัตย์ หักหลังประชาชนจากคำพูดที่ว่า "มีเรา ไม่มีลุง" ได้กลายเป็นเพียงเทคนิคการหาเสียง
สังคมก็ได้เริ่มตั้งคำถามว่า อะไรกันทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยหน้ามืดตามัว จนลืมสิ่งที่พวกเขาเหล่านั้นทำไว้กับประชาชน ทั้งสถานการณ์โควิด /ผู้เสียชีวิต 99 ศพจากเหตุสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ปี53 /การจับกุมเยาวชนที่เรียกร่องประชาธิปไตย ล้วนเป็นการกระทำจากฝ่ายเผด็จการ
ดังนั้น "กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม" และ กลุ่มเสรีมวลชนเพื่อสังคม จึงเห็นว่า ถึงเวลาแล้วของประชาชนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ที่จะออกมาอีกครั้งและร่วมกัน ส่องแสงสว่างให้ถึงหัวใจของสมาชิก"พรรคเพื่อไทย" เพื่อเรียกขานมโนธรรม ความยึดมั่นในจิตวิญญาณประชาธิปไตย และคำสัญญาที่ให้ไว้แก่ประชาชน ด้วยความหวังที่ต้อง การให้ 8 พรรคฝ่ายประชาธิปไตยเดิม กลับมาจับมือกันอีกครั้ง เพื่อลบล้างผลพวงรัฐประหารทั้งหมด
พร้อมทั้ง ยังเชิญชวน มวลชน มาร่วมกัน ทำแคมเปญส่องไฟให้ทางประซาธิปไตย ด้วยการร่วมกันทำกิจกรรม รวมตัวส่องไฟฉาย ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทยทุกสาขา หรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ จนกว่าจิตวิญญาณประชาธิปไตยจะหวนกลับคืนสู่"พรรคเพื่อไทย"