เนชั่นทีวี

ข่าว

"เพื่อไทย"- นายใหญ่ ล้มกระดาน ยื่นเงื่อนไข "เศรษฐา" ปล่อยมือ"ก้าวไกล"

20 ก.ค. 2566 | เมฆาในวายุ

"เพื่อไทย"- นายใหญ่ ล้มกระดาน ยื่นเงื่อนไข "เศรษฐา" ปล่อยมือ"ก้าวไกล"

แน่ชัดแล้วว่า"พรรคสีส้ม" หมดสิทธิไปต่อบนเส้นทางสู่ไทยคู่ฟ้า ยามนี้เป็นต้นไป"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์"ต้องไปสู้ 2 คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ขณะที่ เพื่อไทย พลิกมาเป็นแกนนำเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ต่อที่ประชุมรัฐสภา

หาก"พรรคสีแดง" ยังเกี่ยวก้อยพรรคสีส้มไว้ในสมการนี้ ชี้เป้าได้ล่วงหน้าว่า "เสี่ยนิด" จะตกรอบและหมดลุ้นในการเสนอชื่อชิงสร.1เพื่อลงมติใหม่ทันทีเพราะบรรทัดฐานที่ประชุมรัฐสภาวางไว้แล้วว่า"1คนสิทธิ1รอบแข่งขัน"

ฝันของ"พรรคก้าวไกล"และ"พิธา  ลิ้มเจริญรัตน์" ในการเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล 312 ส.ส.จาก 8 พรรค และการเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30  ได้ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อันเป็นผลจากมติที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2566 ในการลงมติเลือก"พิธา"เป็นสร.1 รอบที่สองได้ปรากฏผลแล้วว่าดำเนินการไม่ได้

ประจวบเหมาะ "ศาลรัฐธรรมนูญ" สั่งให้ "พิธา" ยุติการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.จากกรณี "พิธา" ถือครองหุ้นไอทีวีโดยต้องชี้แจงภายใน 15 วัน ผนวกกับก่อนหน้านี้ "ศาลรัฐธรรมนูญ" แจ้งให้ "พิธา"ต้องชี้แจงการใช้นโยบายพรรคหาเสียงการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 ว่า ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือไม่

พิธา ลิมเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ อำลารัฐสภา

เป็นการตอกตะปูย้ำฝาโลง ให้รับรู้ เส้นทางฝันสู่ทำเนียบฯสิ้นสุดเพียงเท่านี้ รอลุ้นชะตากรรม "พิธา - พรรคสีส้ม"กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลายคนมองออกแล้วว่า "พรรคก้าวไกล-พิธา หมดสิทธิไปต่อ รอเพียงเวลาที่จะชี้ว่าจะรับผลกรรมเพียงใดเท่านั้น

หมากกลเหล่านี้ ล้วนมาจากการกระทำของ "พิธา" และแกนนำพรรคสีส้ม พวกเขารับรู้สถานการณ์แบบนี้ต้องมาถึง และเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทีมกุนซือของพรรคสีส้มพยายามโยงวาทกรรม "นิติสงคราม"สกัดฉันทามติ 14 ล้านเสียงเศษที่เลือกพรรคสีส้ม หวังให้เกิดกระแสต้านอีกฝั่งในเร็ววัน

มวลชนจำนวนหนึ่ง ชุมนุมประท้วงภายหลัง "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ " ไม่ได้รับการพิจารณาโหวตนายกฯซ้ำ เมื่่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

เมื่อหลายวันก่อน  "พรรคสีส้ม" วางยาดักทางฝั่งตรงข้ามและมิตรใกล้ตัว  ด้วยการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ตัดอำนาจส.ว.เลือกสร.1 ซึ่ง"พรรคก้าวไกล"ลุยเดี่ยวเพื่อปิดสวิตช์ส.ว.โดยที่ 7 พรรคพันธมิตรไม่รู้เรื่องมาก่อน  

ถือเป็นการวางหมาก"พรรคสีแดง"ไปในตัวว่า "พรรคสีส้ม"เปิดเกมรบกับ 250 ส.ว.ไปแบบไม่มีอะไรจะเสีย เพื่อเรียกแต้มมวลชนกดดันกับฝ่ายตรงข้าม พร้อมลาก"พรรคเพื่อไทย"ต้องแตะมือ"พรรคสีส้ม"ไปตลอด  หากวันใด"พรรคเพื่อไทย"ปล่อยมือ กระแสตีกลับจะตรงไปยัง"พรรคเพื่อไทย"แบบเลี่ยงไม่ได้

เป็นที่ทราบโดยทั่วกัน  "141 ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย" คว้าสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล แต่เงื่อนไขที่จะรวบรวมเสียงส.ส.และส.ว.ให้ทะลุ 374 เสียง ไปต่อได้ง่ายๆ "ต้องไม่มีพรรคก้าวไกล" นับจากนี้ต้องจับจังหวะ"ขุนพลค่ายสีแดง" จะเดินเกมอย่างไร ในห้วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม 
ภูมิธรรม เวชยชัย  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

โดยเฉพาะลีลาของกุนซือขมองอิ่ม "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองหัวหน้าพรรคที่รู้กันว่าเป็นสายตรงของคนแดนไกลในการเดินสายคุยกับ 188 ส.ส.และ 250 ส.ว.ได้ทั่วถ้วน เพราะการประชุมรัฐสภาวันที่ 27 กรกฎาคม โอกาสจะอยู่ที่"พรรคสีแดง"ในการเสนอแคนดิเดตนายกฯ ขณะที่คนแดนไกลวางหมากไว้เช่นใดต้องดูการขยับของ "ภูมิธรรม" เป็นสำคัญ 

ขณะเดียวกัน ต้องติดตามความเคลื่อนไหวแกนนำพรรคอื่นๆ ด้วยว่า ขยับเช่นใด โดยในเจ็ดวันข้างหน้านั้น "สามแคนดิเดตของค่ายเพื่อไทย คือ "เศรษฐา  ทวีสิน" ,"ชัยเกษม  นิติศิริ" ,"แพทองธาร ชินวัตร"นั้น "หนึ่งในสามรายชื่อ"จะโดนจั่วออกมาในการลงมติจากสมาชิกรัฐสภาว่าจะเห็นชอบหรือไม่ 

เศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย

มีการวางสมการคร่าวๆว่า พรรคสีแดงจะโยนชื่อ"เสี่ยนิด"ออกมาก่อน และสังคมรับรู้กันว่า "เสี่ยนิด"พยายามใช้ความเห็นให้พรรคเพื่อไทยยึดโยงพรรคก้าวไกลไว้ในการไปไหนไปกัน แต่กูรูการเมืองหลายคนชี้แล้วว่า หากพรรคเพื่อไทยยังเกี่ยวก้อย"พรรคสีส้ม"ไว้ด้วย "ไม่มีทางที่จะฝ่าด่านมติที่ประชุมรัฐสภาไปได้แน่นอน "

ดังนั้นหาก"พรรคสีแดง" ยังเกี่ยวก้อยพรรคสีส้มไว้ในสมการนี้ ชี้เป้าได้ล่วงหน้าว่า "เสี่ยนิด" จะตกรอบและหมดลุ้นในการเสนอชื่อชิงสร.1เพื่อลงมติใหม่ทันทีเพราะบรรทัดฐานที่ประชุมรัฐสภาวางไว้แล้วว่า"1คนสิทธิ1รอบแข่งขัน"

สมการนี้อาจเข้าทางคนแดนไกลไปแบบสองเด้งคือ

"เด้งแรก"  พรรคเพื่อไทยได้แสดงจุดยืนว่า ยังไม่ทิ้งพันธมิตรอย่างพรรคก้าวไกล แต่หากยังมีพรรคสีส้มพ่วงไปด้วย"พรรคเพื่อไทย"จะเจอค่ายกลแบบนี้และไปต่อไม่ได้ จำเป็นหรือไม่ที่ต้องรักษาสัญญาเดิมที่ให้กันไว้...หากต้องการเดินหน้าประเทศต่อไป พรรคเพื่อไทยรอพรรคก้าวไกลแถลงออกมาเอง แต่หาก"พรรคก้าวไกล"ไม่ขยับ วันนั้น"พรรคเพื่อไทย"จะขอฉีกสัญญาที่เคยมีและวางกติกาใหม่ด้วยตัวเองกับโอกาสลุ้นอีกสองรอบ

การลุ้นในแต่ละรอบนั้น แคนดิเดตสร.1 ที่เหลืออยู่ของพรรคเพื่อไทยจะใช้สิทธิเองหรือให้สิทธิพรรคอื่นๆย่อมได้ (และมีโอกาสให้สิทธิพรรคอื่นๆ สูงเช่นกัน

"เพื่อไทย"- นายใหญ่ ล้มกระดาน ยื่นเงื่อนไข "เศรษฐา" ปล่อยมือ"ก้าวไกล"

อย่าลืมว่าการลงมติเลือกสร.1  ในยุคสมัย "อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ" และ"พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา" ชนะการลงมติของที่ประชุม พรรคเพื่อไทยมีจำนวนส.ส.อันดับหนึ่ง แต่ผลักดัน"พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก" และ "ธนาธร  จึงรุ่งเรืองกิจ" เข้าประชันแทนตัวแทนของพรรคเพื่อไทย)

"เด้งที่สอง" คนแดนไกลสกัด"เสี่ยนิด"  เนื่องจากระยะหลังแสดง"ลีลาเกินเหตุ"ออกจากกระดานการเมืองไปได้ง่ายๆ เพราะรู้ๆกันดีว่า"เสี่ยนิด" หมายมั่นปั้นมือในการเข้าทำหน้าที่สร.1  โดยต้องมี"พรรคก้าวไกล"ร่วมคณะและต้องไม่มีอุปสรรคใดๆ จาก 188 ส.ส.มาร่วมขบวนเพื่อเพิ่มคะแนนเสียง

แต่ปรากฏการณ์วันที่ 19 กรกฎาคม บ่งชี้แล้วว่าความจริงบนถนนการเมืองเป็นเช่นใด ดังนั้น หากการลงมติวันที่ 27 กรกฎาคม ยังออกมาในรูปแบบที่ "พรรคสีส้ม" ยังมัดมือมัดเท้าพรรคเพื่อไทยไปไหนไปกัน ตรงนี้ยิ่งจะทำให้เกมโหวตนายกฯยังมีลุ้นอีกสองยกโดย ที่ "เสี่ยนิด" กับพรรคก้าวไกลต้องหลบออกจากสมการเพราะ"หมดสิทธิไปต่อ"

สมการต่อมา  แคนดิเดตพรรคเพื่อไทยที่ยังมีสิทธิชิงสองครั้ง ประเมินจังหวะของวันที่ 27 ก.ค.ว่าจะออกมาเยี่ยงใดแล้วนั้น หากมิใช่ผลบวก พรรคสีแดง น่าจะยอม"สละสิทธิ"ให้พรรคอื่นๆ เช่น พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ ขึ้นมาเป็นสร.1 โดยที่"พรรคเพื่อไทย"ขอคุมกระทรวงหลักๆ และเกลี่ยกระทรวงอื่นๆ ตามโควต้าส.ส.ที่แต่ละพรรคกุมไว้ในมือ 

อย่างไรก็ตาม สมการนี้พรรคเพื่อไทยได้เปรียบที่สุด เมื่อไร้ "พรรคก้าวไกล"ที่มีส.ส.อันดับหนึ่งไปแล้ว พรรคอื่นๆที่เหลือในหน้ากระดานตัวเลขส.ส.ห่างไกลพรรคเพื่อไทยหลายช่วงตัว

ดังนั้นโอกาสลงมติเลือกสร. น่าจะมีอีก1 - 2 ครั้งและต้องจับตาการขยับของคีย์เเมนพรรคเพื่อไทยจะปิดเกมลงมติครั้งที่ 3 หรือครั้งที่ 4 กันแน่ จะใช้อะไรเป็นเงื่อนไขในการหาพันธมิตรใหม่ สลัดเยื่อใยจาก"พรรคก้าวไกล" ตามแบบฉบับ "บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น"มากนัก

ข่าวล่าสุด