"ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์" คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตั้งแต่คณะแพทยศาสตร์ได้สร้างโรงพยาบาลสงฆ์ มีพระเข้ามารักษาเกิน 10,000 รูปต่อปี จากเดิม 3,000 รูปต่อปี ส่วนใหญ่ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
ขณะที่การสูบบุหรี่ เป็นสาเหตุโรคของปอด หัวใจและหลอดเลือด พระสงฆ์ ก็เหมือนกับฆราวาสมารับบริการมากขึ้นอุบัติการณ์ของผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก มองว่าการป้องกันโรคย่อมดีกว่าการรักษา โดยการลดปัจจัยเสี่ยง 1. ถ้างดสูบบุหรี่ได้ ก็สามารถป้องกันได้หลายโรค และ 2 .อาหาร ที่รับถวายจากญาติโยม ต้องรณรงค์ให้จัดอาหารไม่หวาน มันเค็ม เพื่อรักษาสุขภาพ
"นอกจากบุหรี่ธรรมดา ที่น่ากังวลคือ บุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งมีสารนิโคติน สารเสพติด ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด มีผลต่อเส้นเลือด กระทบต่อสุขภาพเหมือนกัน เดิมคนมักคิดว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าไม่มีผล แต่งานวิจัยระบุชัดแล้วว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายไม่ต่างจากบุหรี่ธรรมดา และยังมีโอกาสติดสารเสพติดอื่น ๆ ที่รุนแรงขึ้น"
"เราจำเป็นต่อให้ความรู้แก่พระสงฆ์ เพราะพระจะได้เทศน์บอกญาติโยม ให้ตระหนักถึงภัยของบุหรี่ ทั้งบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ในพื้นที่โรงพยาบาล วัด โรงเรียน เป็นที่ปลอดบุหรี่ 100% และจริง ๆ แล้วก็ห้ามจัดให้มีพื้นที่สูบบุหรี่ ทำให้เกิดความยุ่งยากในการสูบมากขึ้น ก็เอื้อให้คนเลิกบุหรี่ได้ และองค์กรที่จะรณรงค์ไม่สูบบุหรี่ ก็ควรเป็นต้นด้วยการไม่สูบบุหรี่เองด้วย" ศ.นพ.บรรณกิจ กล่าว
"นายศรีสุวรรณ ควรขจร" รองประธานบริหารแผน คณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ปี 2564 ประเทศไทยมีผู้สูบบุหรี่ 9.9 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 17.4 อายุเฉลี่ยที่สูบจนเป็นนิสัยปกติในภาพรวมของประเทศคือ 19.7 ปี
โดยอัตราการสูบบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน อายุ 15-24 ปี อยู่ที่ร้อยละ12.7 ซึ่งลดลงจากปี 2560 (ร้อยละ15.4) แม้ว่าการสูบบุหรี่เป็นประจำมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย แต่กลับพบว่าเริ่มมีการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนและวัยแรงงาน โดยพบว่าในจำนวนประชาชนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า 78,742 คน เป็นเยาวชนอายุ 15 - 24 ปี มากที่สุด ถึงร้อยละ 30.5 ขณะที่ผลการสำรวจสถานการณ์บริโภคยาสูบของสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมปี 2565 พบว่า สามเณรเคยทดลองสูบบุหรี่ซิกาแรตร้อยละ 23.9 และเคยทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า ร้อยละ 32.8
"สสส. ได้ให้การสนับสนุนมูลนิธิโพธิยาลัยใน 2 ด้าน ได้แก่ 1. การขับเคลื่อนวัดและศาสนสถานให้เป็นสถานที่ปลอดบุหรี่และสุราจำนวน 19 จังหวัด และ 2. การพัฒนาให้โรงเรียนปริยัติธรรมเป็นโรงเรียนปลอดบุหรี่ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีแก่สามเณร จำนวน 42 แห่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและขยายพื้นที่วัดและโรงเรียนปริยัติธรรมเป็นสถานที่ปลอดบุหรี่และเป็นศูนย์กลางในการสร้างเสริมสุขภาวะ และพัฒนากลไกความร่วมมือระดับภาคต่างๆ นำไปสู่การเป็นวัดโรงเรียนปลอดบุหรี่ 100% และสร้างแกนนำพระสงฆ์เพื่อช่วยให้ผู้ที่สูบสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ ผ่านการส่งต่อสายเลิกบุหรี่ 1600" นายศรีสุวรรณ กล่าว
โดยผลการดำเนินงานโครงการในการช่วยให้พระสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชน ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่โดยใช้ฐานวัดในการชวนคนเลิกบุหรี่ ผ่านใบอธิฐานจิตพบว่ามีผู้เข้าร่วมลงนามอธิฐานจิตงดเหล้าบุหรี่ จำนวน 13,227 คน
โดยกระจายไปตามวัดต่างๆ จำนวน 3,000 แห่ง พร้อมกันนี้ได้มีพระสงฆ์จำนวน 147 รูป ที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้ โดยเข้าร่วมการอบรมพระคิลานุปัฏฐากและใช้กระบวนการสงฆ์ พระวินัยอย่างเข้มข้นในเรื่องการห้ามสูบบุหรี่ เช่น มีการเฝ้าระวังจากญาติโยมและพระสงฆ์แกนนำ ในการที่จะไม่ให้มีการสูบบุหรี่ภายในวัด