โดยท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนระบุว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาทั้งสามจะหลบหนี คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับผู้ต้องหาทั้งสาม จะก่อความเสียหายขนย้ายทรัพย์สิน ไปซุกซ่อนไว้ที่อื่น เตรียมเคลื่อนย้าย ออกจากวัด พนักงานสอบสวนทำการสอบสวน และควบคุมผู้ต้องหาทั้งสาม จะครบ 48 ชั่วโมงแล้ว
แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานที่เกี่ยวข้อง รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผล การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติต้องโทษของผู้ต้องหาทั้ง 3 ตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ และข้อมูล เกี่ยวกับบัญชีธนาคารต่างๆ ขอศาลหมายขังผู้ต้องหาทั้งสามไว้ ระหว่างสอบสวน
และขอคัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาทั้ง3 เนื่องจาก คดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าจะหลบหนี เป็นการกระทำสร้างความเสื่อมเสียแก่ พระพุทธศาสนา เกรงจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ระหว่างการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 ถูกควบคุมตัวนั้น มีการสั่งการให้พระและลูกศิษย์ ทำการเคลื่อนย้ายทรัพย์ของวัด ที่ได้รับบริจาคมาจากประชาชน นำออกไปเตรียมจะซุกซ่อนไว้ที่อื่น หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับ พยานหลักฐานทำให้กระทบเสียหาย ต่อการสอบสวน
ทั้งนี้ ต่อมา ผู้ต้องหาทั้ง 3 ได้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสาม ระบุเหตุผลว่า มิได้กระทำความผิด อย่างไรก็ตาม ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดที่ผู้ต้องหา ทั้งสามถูกกล่าวหามีอัตราโทษสูง มีลักษณะร่วมกันกระทำความผิด โดยที่ผู้ต้องหาที่ 1 , 2 อาศัยโอกาส กระทำความผิดในขณะครองสมณเพศ อันเป็นที่เคารพและเชื่อถือศรัทธาของประชาชน
พฤติการณ์เป็น การบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง ประกอบกับมีการตรวจยึดของกลางคือเงินสดและ ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก หากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาทั้งสามอาจหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิง กับพยานหลักฐาน อีกทั้งพนักงานสอบสวนคัดค้าน ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่าง สอบสวน