น.ส.เอ เล่าอีกว่า ช่วงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เจ้าของร้านผู้หญิง จับได้ว่าสามีมามีอะไรกับตน สั่งให้ตนรออยู่ที่ร้าน แต่ด้วยความกลัวจึงหนี แต่ถูกยึดกุญแจรถไว้ กระทั่งเวลา 04.00 น. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ เจ้าของร้านกลับมาแต่ไม่เจอตัวเลยทักข้อความมาหาให้กลับมา ถ้าไม่กลับมาหาจะแจ้งความลักทรัพย์ เพราะมือถือที่ตนใช้เป็นของร้านที่ให้ไว้ใช้งาน และขู่ว่าจะเอาเรื่องทั้งหมดไปบอกพ่อแม่ที่จังหวัดหนองคาย
ตอนนั้นด้วยความกลัวจึงต้องยอมไปหาที่ร้าน พอกลับมาถึงที่ร้าน ทั้งสามีและภรรยาเจ้าของร้าน ตรงเข้ามาทำร้ายร่างกายตนทันที พร้อมบอกว่า ตนไปทำแบบนี้กับเมียเขาได้ยังไง ตัวเองก็งงว่าเขาพูดแบบนั้นได้ยังไง จากนั้นคนสามี ได้จับตัว ส่วนภรรยา เจ้าของร้านจับตัวเองแก้ผ้า โดยบอกให้คนถ่ายคลิป ก่อนถูกชก ถูกตีด้วยด้ามร่มทั่วทั้งตัว ตอนนั้นไม่มีคนเข้ามาช่วย เพราะที่ยืนดูนั้นเป็นหลาน และเพื่อนของเจ้าของร้าน
น.ส.เอ เล่าต่อว่า หลังจากนั้นพยายามจะจับตัวเองใส่กระสอบไปซ้อมหลังร้านแต่กระสอบเล็กไป จึงอุ้มตนไปมัดกับเสาหลังร้านในสภาพที่เปลือยกาย ทุบตีอีกรอบ ตอนนั้นภรรยาหันไปถามสามีว่า "มึงชอบคนผมยาวมากใช่ไหม" ก่อนให้คนไปเอากรรไกรมากล้อนผมออก
และทิ้งไว้แบบนั้นนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนจะเอาตัวเองขึ้นไปขังบนห้องโดยไม่ให้กินข้าวกินน้ำ แล้วทุบตีอีกรอบ พอถึงตอนเช้าเจ้าของร้านมาคุยเรื่องเงินที่เบิกไปก่อน บังคับให้หามาให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะแจ้งความ จึงติดต่อไปที่น้าสาวให้เข้ามาช่วย
ด้าน นางนิภาพร น้าสาว กล่าวว่า ตอนที่ไปพบหลานครั้งแรกตกใจมาก หลานอยู่ในสภาพสะบักสะบอมไปทั้งตัว นอนกับพื้น ตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องอื่นห่วงแต่หลาน เพราะที่ผ่านมาตัวเจ้าของร้านผู้หญิงมีอารมณ์ร้อน เลยกลัวหลานเป็นอันตราย พอไปถามก็ได้คำตอบว่าหลานเราไปทำกับเขาได้ยังไงทำให้เขาเจ็บ
โดยตัวเองพยายามเคลียร์จนเอาตัวน้องออกมาได้ พอไปแจ้งความตำรวจลงประจำวันไว้เพียงแค่ทำร้ายร่างกายไม่มีเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยว อนาจาร บอกแต่ว่า ค่อยมาเคลียร์กันทีหลัง เท่าที่ทราบตัวเจ้าของร้านเป็นคนมีชื่อเสียง ตอนนี้รู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทั้งนี้ นายเอกภพ จะพาผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่สโมสรตำรวจ ในวันจันทร์ ที่ 13 ก.พ. เวลา 09.00 น. ต่อไป