svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

อาชญากรรม

"ปวีณา" พาอดีตพยาบาลเหยื่อ "ฮารุ" ร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ขอเอาผิดค้ามนุษย์

20 ตุลาคม 2565
302

"ปวีณา" พร้อมอดีตพยาบาลเหยื่อ "ฮารุ" เข้าร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ช่วยเหลือเร่งรัดคดีข้อหาค้ามนุษย์ เหยื่อเปิดใจ เล่ากลลวง-โดนทำร้าย รับเคยคิดฆ่าตัวตาย ยังหวาดกลัว

20 ตุลาคม 2565 ที่สโมสรตำรวจ เมื่อเวลา 15.35 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ พาอดีตพยาบาลสาว 2 ราย คือ นางสาวพลอย และนางสาวไข่มุก พร้อมกับแม่ของ นางสาวไพลิน อดีตพยาบาลสาวอีกราย ที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ. ตำรวจ ซึ่งเป็นเหยื่อของ นายฮารุ ฮวังสิริ ผู้ต้องหาที่หลอกลวงอดีตพยาบาล ให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจ และใช้กลอุบาย กักขังหน่วงเหนี่ยว และอ้างเป็นหนี้กว่า140 ล้าน ให้ผู้เสียหายทำงานใช้หนี้ มาเข้าพบ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. หลังจากที่ได้เข้าร้องขอความช่วยเหลือเพื่อให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยเฉพาะในข้อหาค้ามนุษย์

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : "ฮารุ" ไร้ญาติประกันตัว ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพร้อมลูกน้อง
: รอง ผบช.น. เผย "ฮารุ" เข้าข่ายทารุณกรรม ไม่พบความผิดปกติทางจิต
: เตรียมสอบปากคำ ‘ฮารุ’ ทำร้ายและบังคับใช้งาน เข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่
: แม่ร้องปวีณาช่วยจี้คดี ลูกตกเป็นเหยื่อผู้นำลัทธิ ลวงทำงานใช้หนี้ทิพย์ 

 

"ปวีณา" พาอดีตพยาบาลเหยื่อ "ฮารุ" ร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ขอเอาผิดค้ามนุษย์

 

โดย นางสาวไข่มุก หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดใจว่า จากการที่ได้รับการชักชวน ให้เข้ามาร่วมธุรกิจ และมีการสร้างตัวตนของผู้ต้องหา ให้เชื่อว่า เขาเป็นคุณหมออยู่สถานทูตอเมริกา เป็นลูกครึ่งสัญชาติ เกาหลี ญี่ปุ่น ดูแลประชาชนชาวอเมริกันที่เข้าไปรักษาตัวที่ รพ.จุฬาฯ และหลังจากที่มีการชักชวนให้ร่วมลงทุน ก็ได้มีการสร้างตัวตนเป็นระยะๆทำให้เราหลงเชื่อว่า เขาเป็นแบบที่บอกจริง ๆ

 

ส่วนที่เริ่มมาทำร้ายร่างกายจริง ๆ คือช่วง ต.ค. 64 เพราะเขาอ้างว่า เกิดจากการเสียค่าปรับ ในการเป็นอินฟลูเอ็นเซอร์ การออกงานอีเว้นต์ การรับงานรีวิวสินค้า จึงต้องเสียค่าปรับ และต้องหาเงินมาจ่ายค่าปรับ และบังคับให้เราขายทรัพย์สินที่มีอยู่หลายรายการ และ ก.พ. 65 เริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ขายคือ คอลลาเจนออกมา เขาก็เริ่มบังคับให้ทำยอด ถ้าทำยอดแต่ละวันไม่ได้ ก็จะต้องหาเงินมาชดเชยตามจำนวน ซึ่งจะต้องขายประมาณวันละ 10 ลัง ประมาณกว่า 2 แสนบาท โดยการช่วยกันขาย 3 คน ถ้าไม่ได้จะต้องยืมญาติพี่น้อง มาให้ได้ครบตามจำนวนยอดที่จะต้องขาย 

 

และก่อนหน้านั้น ก็พยายามโน้มน้าวว่า การรับราชการเป็นอุปสรรคต่อการรับงานอีเว้นต์ เช่น การไปประกวดนางงานที่จะต้องไปต่างประเทศ ก็โน้มน้าวให้ตนเองออกจากราชการ  ซึ่งจะมีเรื่องเงินบำเน็จ บำนาญ โดยหลังจากลาออก ม.ค. 65 ก็ได้เงินบำเน็จมา 1 ล้านบาท เขาก็เอาไปหมดเลย  

 

"ปวีณา" พาอดีตพยาบาลเหยื่อ "ฮารุ" ร้อง "บิ๊กโจ๊ก" ขอเอาผิดค้ามนุษย์

นายฮารุ ฮวังสิริ  และนายตรีเพชรรัตน ณพชร สองผู้ต้องหาในคดี
 

และจากนั้นมีการนำทรัพย์สินทั้งหมด รถ บ้าน ที่ดิน และยังกู้เงินยืมเงินทุกระบบ เพื่อมาลงทุน และมาจ่ายค่าปรับที่เขาอ้าง และเขาก็จะข่มขู่ตลอดว่า เราโกงทำให้เขาสูญเสียทรัพย์สิน เพราะฉะนั้นเราจะต้องโดนดำเนินคดี หากไม่ทำตามที่เขาสั่ง และจะดึงเอาญาติพี่น้อง เพื่อน ที่คอยห้ามมาดำเนินคดีด้วย หากหมิ่นประมาทผู้ต้องหา และไม่ทำตาม

 

ทั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้ห้ามออกจากห้อง แต่ถ้าออกไปเขาก็สั่งยามไว้ว่า หากพบว่าพวกตนเองออกไป ให้แจ้งไปที่นายฮารุ เพื่อนายฮารุจะได้แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งตนเองก็ไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ส่วนการทำร้ายร่างกาย คือโดนตบหน้า ชกต่อย ยั่วยุเพื่อให้เพื่อนเข้าใจ แล้วให้มาทำร้ายเรา ซึ่งการตบ ต่อย ชก ตี เหยียบหัว เป็นเรื่องปกติ ล่าสุด เดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดนเตารีด และที่หนักสุดคือ โดนน้ำร้อนราดทั้งตัว แต่ไม่ได้ไปหาหมอ เขาบอกจะรักษาเอง เพราะเขาเป็นหมอ

 

นางสาวไข่มุก ยังบอกอีกว่า นายฮารุ เคยให้ไปลงบันทึกไว้ที่ สน.บวรมงคล ว่า จะต้องใช้หนี้ภายในวันที่เท่าไร กำหนดไว้ ทำให้ตนเองรู้สึกเครียดกดดัน และตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตายไป แต่นายฮารุ คิดว่า ตนเองหลอกไม่ได้กินจริง พร้อมยอมรับว่า เคยคิดอยากฆ่าตัวตาย โดยการกระโดดตึกลงมา ช่วงที่โดนน้ำร้อนลวก เพราะมันทรมานมาก

 

ทั้งนี้ นางสาวไข่มุกยัง บอกว่า ตอนนี้ยังรู้สึกกลัวว่า ถ้าผู้ต้องหาหลุดมาแล้วยังไงต่อ เพราะค่อนข้างกดดันและหวาดกลัว รวมถึงหนี้สินที่ไปกู้ไว้ อยากให้ประนอมหนี้ หรือใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระ ให้เราสามารถตั้งตัวได้ จึงอยากให้ทาง รอง ผบ.ตร.ดำเนินการช่วยเหลือ

 

ตำรวจเข้าช่วยเหลืออดีตพยาบาลและลูก ถูกบังคับใช้งานและทำร้าย

 

ขณะที่ นางปวีณา บอกว่า หลังจากตนเองได้เข้าไปเยี่ยมนางสาวไพลิน และลูกอีก 2 คน ที่โรงพยาบาลตำรวจ ตอนนี้ลูกของอดีตพยาบาลทั้ง 2 คน อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่  ซึ่งยังเครียดอยู่ และเด็ก ๆ ตอนนี้ยังไม่ยอมรักพ่อแม่ และยังไม่ยอมให้พ่อแม่มาเลี้ยงดู จึงต้องใช้เวลาฟื้นฟูสุขภาพจิต โดยหลังจากนี้ จะส่งไปบ้านพักเด็กของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จากนั้นจะค่อย ๆ ให้ยายของเด็ก เข้าไปพบเพื่อฟื้นฟู ให้กลับเข้าสู่ครอบครัว แต่คงต้องใช้เวลา 

 

ส่วนกรณีการดำเนินคดีข้อหาค้ามนุษย์ ที่ทางเหยื่อต้องการให้ดำเนินคดีนั้น เพราะพบว่า นายฮารุ บังคับให้แม่ของเด็ก ซึ่งเป็นเหยื่อเซ็นยกลูกให้ แล้วอ้างว่าเป็นการรับชดใช้หนี้ จึงสงสัยว่า เข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่

 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกด้วยว่า การสืบพยานต่าง ๆ และวันนี้ได้ให้ ศูนย์สืบสวน บช.น. ดำเนินการสืบสวนครบถ้วนรวดเร็ว และคดีนี้ การแจ้งข้อหา ยังไม่ได้แจ้งเรื่องค้ามนุษย์ ซึ่งหลังจากนี้จะไปตรวจสอบรายละเอียด หากเข้าข่าย ก็จะต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดีเพิ่ม ซึ่งหลังจากนี้จะต้องทำการสอบสวนโดยละเอียดให้เร็วที่สุด ส่วนจะมีผู้กระทำความผิดเพิ่มหรือไม่นั้น จะมีการขยายผลเพิ่มเติม หากพบก็ต้องดำเนินคดี รวมถึงดารา ก็จะต้องตรวจสอบว่า เกี่ยวข้องเชื่อมโยงอย่างไรหรือไม่ด้วย ส่วนผู้เสียหายจะต้องตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน

 

ส่วน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล บอกว่า วันนี้ รู้สึกดีใจ ที่เห็นสภาวะจิตใจของเหยื่อแข็งแกร่งขึ้น แตกต่างจากวันแรกที่เข้าไปช่วยเหลือ 

 

นางปวีณา และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์