ขณะเดียวกัน ผศ.ดร.เกษรา ยังมองว่า กทม. เป็นเมืองที่มีความเหลื่อมล้ำสูง โดยมาจากระบบทุนนิยม ก่อนย้ำว่าคนมีความสามารถต่างกัน แต่ไม่ควรมีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่ กทม. กำลังแก้ไข ซึ่งมีทั้งระยะสั้นและยาว แต่ทั้งหมดต้องเกิดจากการศึกษาที่ดี รวมถึงการเข้าถึงสาธารณสุขที่ง่ายกว่านี้ ส่วนระยะสั้น เช่น ให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัย เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เป็นต้น
สำหรับนโยบายทั้ง 216 ข้อ ส่วนตัวขอย้ำว่าทุกอย่างต้องอยู่บนฐานที่ประชาชนได้ประโยชน์ วันนี้สิ่งไหนที่ยังทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่อาจต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ขณะเดียวกันบางนโยบายก็เป็นแบบผสม ที่ทำได้เลย และก็กำลังดำเนินการอยู่ และยืนยันการทำงานร่วม ส.ก. ไร้ปัญหา ราบรื่น เพราะหารือพูดคุยกันได้ทุกเรื่อง และเชื่อว่าคนรุ่นใหม่ต้องการความโปร่งใส ซึ่งก็เป็นเช่นนั้น จึงยังไม่มีแรงเสียดทานอะไร
ผศ.ดร.เกษรา เล่าย้อนถึงบทบาทการทำงานในหลายฐานะ ซึ่งที่ผ่านมามีข่าวลือมากมาย ว่าจะไปนั่งรองผู้ว่าฯ แต่ชัดเจนตั้งแต่แรกว่าคงไม่สามารถรับได้ เพราะมีธุรกิจที่ต้องทำ และก็ไม่เคยปิดบังอะไรใคร แม้กระทั้งผู้ถือหุ้นร่วม
"เราชัดเจนมาตั้งแต่แรก แล้วทุกคนก็ไม่ได้มีปัญหา หรือขัดข้องใดๆ บริษัท เสนาฯ จะเสียภาษีครบทุกบาท ไม่มีหลีกเลี่ยงหรือแสวงหาผลประโยชน์จากการทำงาน กทม. เราโปร่งใส และสามารถอธิบายได้กับทุกคนด้วยความบริสุทธิ์ใจ" ผศ.ดร.เกษรา ในฐานะกรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวทิ้งท้าย