"การดื่มเหล้าและใช้กัญชาร่วมกันจะเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน ทำให้มีอาการเมาเหล้า และอาการเมากัญชารุนแรงมากกว่าการใช้สารตัวใดตัวหนึ่งชนิดเดียว จึงเกิดผลเสียต่อการทำงานของประสาทและสมอง ความคิดอ่าน ขาดความยับยั้งชั่งใจ มีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรงมากขึ้น การควบคุมตนเองเสียไป จึงทำให้เกิดอันตรายรุนแรงต่อร่างกายจนอาจถึงตายได้ หรือกระทำรุนแรงต่อผู้อื่นดังเช่นตัวอย่างในข่าวอันน่าสลดใจนี้ได้" ศ.ดร.พญ.สาวิตรี กล่าว
ศ.ดร.พญ.สาวิตรี กล่าวอีกว่า ประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งสุราและกัญชากลายเป็นสารเสพติดที่ถูกกฎหมายไปแล้ว ทำให้ประชาชนหาซื้อ และใช้สารทั้งสองชนิดนี้ได้ง่าย แม้แต่เด็ก นักเรียน หรือเยาวชน ทำให้เกิดผลกระทบรุนแรงทั้งต่อตัวผู้ใช้ ครอบครัว สังคม อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า สุราและกัญชาจะถูกจัดเป็น ยาเสพติดให้โทษ ตามกฎหมายหรือไม่ก็ตาม แต่ตัวมันเองก็ยังคงเป็นสารที่มีฤทธิ์เสพติดอยู่ และทำให้เกิดผลเสียหรือปัญหาตามมามากมาย ทั้งระยะสั้นดังที่กล่าวข้างต้น
ส่วนระยะยาวจะส่งผลต่อสติปัญญา ความคิดอ่าน หากใช้เป็นประจำตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้น ประเทศไทยจึงควรมีกฎหมายและระบบควบคุมกัญชาอย่างรัดกุม รีบปิดช่องว่างสุญญากาศก่อนจะมี พ.ร.บ.กัญชา กัญชง บังคับใช้ หลักสำคัญคือไม่ควรปล่อยให้ใช้หรือเข้าถึงได้อย่างเสรี ขณะที่ประชาชนควรดูแลตนเอง งดหรือลดการใช้ทั้งสุราและกัญชา เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อสุขภาพเลย อ่านและวิเคราะห์สื่อหรือข้อมูลต่างๆ อย่างมีวิจารณญาณ ไม่ตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา การตลาด และวาทกรรมทางสังคมหรือการเมืองที่สนับสนุนการเปิดเสรีกัญชา