ซึ่งนางพิมพ์ ก็พานายแต มาเอาเงินที่ฟาร์มแต่ตอนนั้นทำเป็นหนังสือสัญญากู้ยืมไว้เป็นหลักฐานเพราะยังไม่ได้เอกสารสิทธิที่ดินที่ซื้อ โดยมีผู้ใหญ่บ้านเซ็นเป็นพยาน ครั้งที่สองบอกว่าจะขายอีก13ไร่แต่ครั้งนี้นางพิมพ์มาเอาเงินสดกับตนเองที่ฟาร์ม50,000บาท บอกว่าเดี๋ยวจะไปโอนให้นายแต เอง ก็หลงเชื่ออีก หลังจากนั้นก็ทยอยมาหลอกเอาเงินอ้างว่าไปจ่ายค่าที่ให้นายแต อีกเรื่อยๆ รวมเป็นเงินกว่า500,000บาท พอปี2564ตนก็ถามหาโฉนดที่ดินที่นางพิมพ์ บอกว่าเอาเงินไปซื้อกลับอ้างโน่นอ้างนี่ตลอด แล้วครั้งหนึ่งญาติบอกว่าอยากเห็นที่ดินที่ยายซื้อ แต่นายพิมพ์ กลับพาญาติของยายไปดูที่นาของคนอื่นซึ่งไม่ใช่ที่ดินที่อ้างว่านายแต ขายให้
ญาติพี่น้องของยาย ก็เริ่มเอะใจว่ายายน่าจะถูกหลอก ยายจึงเรียกนางพิมพ์ มาสอบถามแต่นางพิมพ์ไม่ยอมรับ ทั้งแสดงอาการไม่พอใจและต่อว่ายายด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ หลังจากนั้นยายจึงเลิกจ้างนางพิมพ์ และครอบครัว เลี้ยงหมู และตัดสินใจไปแจ้งความที่ สภ.ลำปลายมาศ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนางพิมพ์ และพวก เมื่อช่วงกลางปี2564แต่จนถึงขณะนี้ผ่านมาเป็นปีแล้วคดีก็ยังไม่คืบหน้า จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามตัวนางพิมพ์ มาดำเนินคดี หรือมาพูดคุยไกล่เกลี่ยนำเงินที่หลอกเอาไปมาคืน เพราะเป็นเงินที่ยายเก็บสะสมจากการเลี้ยงหมูขาย
ภาพ/ข่าว - สุรชัย พิรักษา สำนักข่าวเนชั่น จ.บุรีรัมย์