เนชั่นทีวี

ข่าว

ครอบครัวรับเหยื่อ "เมาแล้วขับ เอสยูวี" กลับสุโขทัย - เรียกหา กม.ศักดิ์สิทธิ์

26 ก.ค. 2565 | sitthichai_nak

ครอบครัวรับเหยื่อ "เมาแล้วขับ เอสยูวี" กลับสุโขทัย - เรียกหา กม.ศักดิ์สิทธิ์

ญาติพี่น้อง รับผู้เสียชีวิต 2 ศพ ตั้งบำเพ็ญกุศล สุโขทัย ด้วยความสับสนปนโศกเศร้า จากความสูญเสียแบบกระทันหัน แต่ทุกคนเห็นพ้อง ตำหนิตำรวจ ล่าช้าในการควบคุมตัว เสี่ยงเปิดช่องพ้นคดีเมาแล้วขับ พร้อมเรียกร้องการเพิ่มโทษ มองกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ ทำให้เกิดเหตุซ้ำซาก

วันที่ 26 กรกฎาคม 2565 เวลา 12.00 น.  ที่ ตึกนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ ญาติของ น.ส.รำพึง เสือกระจ่าง อายุ 52 ปี และนายวิสูตร โตมา อายุ 50 ปี คู่สามีภรรยา ผู้เสียชีวิตจากเหตุรถยนต์  "ฟอร์ด เอเวอเรสต์" สีดำ หมายเลขทะเบียน 6 กศ 2682 กรุงเทพมหานคร แหกโค้งพุ่งชน ประตูเหล็กของศูนย์อาหารไอซีซี (I SEE SEE) ย่านพระราม 3 เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (25 กรกฎาคม 2565 ) เดินทางเข้ารับร่างผู้เสียชีวิต นำไปประกอบพิธีทางศาสนา  ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

 

นายวันเฉลิม โตมา อายุ 23 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ครอบครัวจะนำร่าง “พ่อ - แม่” เดินทางกลับไปสุโขทัย ส่วนตัวยังรู้สึกแย่ สับสน กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องขับรถทั้งที่มีตัวเขาเมา ส่วนผู้หญิงที่นั่งรถมากับผู้ต้องหาคาดว่า มีอาการมึนเมาเช่นกัน  หลังจากนี้ ก็ยังทำอะไรไม่ถูก ได้แต่คิดเรื่องของพ่อแม่ โดยตนยังไม่ได้หารือกับเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด หากผู้ต้องหาจะขอโทษหรือขออโหสิกรรม ก็คงไม่ยกโทษให้ 

 

สำหรับครอบครัวของตน มีด้วยกัน 4 คน คือ พ่อ แม่ ตน และน้องชาย ปกติแล้ว พ่อและแม่จะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในบ้าน ส่วนน้องชายอาศัยอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งตนต้องดูแลน้องชายต่อไป

 

นายวันเฉลิม ระบุ ส่วนเรื่องคดี จากนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ แม้จะยังติดใจว่าเหตุใดตำรวจจึงทำการตรวจแอลกอฮอล์ผู้ต้องหาล่าช้า

ด้าน นายฉลาด เสือกระจ่าง อายุ 55 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตำรวจควรจะดำเนินการให้รวดเร็วกว่านี้ เพราะหลังเกิดเหตุ กลับปล่อยให้ผู้ต้องหานั่งอยู่ตามลำพัง ไม่มีตำรวจคอยควบคุมตัว นอกจากนี้ ควรปรับปรุงกฎหมายในเรื่องเมาแล้วขับ เพราะไม่เคยมีโทษรุนแรง เกือบทุกครั้งที่เกิดเหตุเมาแล้วขับนั้น เรื่องมักเงียบหายไป โทษก็ไม่หนัก ทั้งที่มีผู้เสียชีวิต อีกทั้ง พวกตนทำมาค้าขาย คงไปสู้คดีกับคนที่มีเงินยาก ลำพังต้องหาเช้ากินค่ำ แต่กลับต้องมาเสียชีวิต เป็นเรื่องที่เศร้ามาก

 

เราทุกคนที่เป็นฝ่ายญาติ มองว่า เรื่องเหล่านี้ควรเป็นอุทาหรณ์ เพราะหลายกรณีแล้ว ที่เมาแล้วขับ แต่กลับไม่ค่อยมีคนติดคุก ส่วนตัวมองว่า กฎหมายอ่อนมาหลายปีแล้ว แต่สำหรับผู้หญิงที่นั่งมาด้วย เขาคงไม่ได้ตั้งใจยุยงให้ขับรถพุ่งชน แต่คิดว่า คงมีอาการเมาด้วยกันทั้งคู่

 

เบื้องต้น การเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิต ออกจากอาคารนิติเวชศาสตร์ รพ.จุฬาฯ ในครั้งนี้ ไม่มีการแจ้งรายละเอียดให้สื่อมวลชนทราบ เบื้องต้น ระบุเพียง จะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดตาลเตี้ย จ.สุโขทัย ยังไม่ได้มีการกำหนด และระยะเวลาในการประกอบพิธีทางศาสนา 

นายชลอ เสือกระจ่าง เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู รหัสนคร 58 เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตทั้งคู่มีศักดิ์เป็นญาติของตน โดยทั้งสองมีลูกชาย 2 คน คนเล็กเรียนอยู่ชั้นมัธยม ส่วนคนโตเพิ่งเรียนจบ และเพิ่งสึกจากการบวชทดแทนพระคุณพ่อแม่ได้ไม่นาน ปกติแล้วลูกชายคนโตมักจะมาช่วยผู้เสียชีวิตขายของ แต่วันเกิดเหตุได้กลับบ้านพอดี ส่วนผู้เสียชีวิตเองก็เพิ่งกลับมาค้าขายได้ไม่นาน เพราะที่ผ่านมาต้องกลับไปดูแลแม่ที่ป่วย อีกทั้งก่อนหน้านี้ น.ส.รำพึง เคยกล่าวเหมือนมีลางสังหรณ์ว่า เมื่อลูกชายบวชก็ดีใจ และ หมดห่วงแล้ว เมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา กระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่าผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์คนขับรถยนต์ฟอร์ด ครั้งแรกวัดได้ 170 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กระทั่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจวัดอีกครั้ง ผลปรากฎว่าสูงประมาณ 220 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ข่าวล่าสุด