เนชั่นทีวี

ข่าว

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.

23 ก.ค. 2565 | ratchata

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.

กรมควบคุมโรคแถลง ชายไนจีเรียผู้ป่วย"ฝีดาษลิง"รายแรกในไทย หนีผ่านช่องทางธรรมชาติ เชื่อไม่น่าใช่นักท่องเที่ยวธรรมดา มีกลุ่มบุคคลช่วยพาหนี กระทรวงต่างประเทศประสานกัมพูชา ป้องกันการแพร่เชื้อ ฝั่งไทยค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ขณะผู้สัมผัสเสี่ยงสูงเบื้องต้นไม่พบเชื้อ

23 กรกฎาคม 2565 เมื่อเวลา 15.00 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค หรือ คร. แถลงข่าวประเด็น "ความคืบหน้ากรณีโรคฝีดาษวานร ในประเทศไทย" ที่กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า  หลังจากพบผู้ป่วยฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง ที่เป็นชายชาวไนจีเรียในประเทศไทยรายแรกตามที่มีการแถลงไปก่อนหน้านี้นั้น ซึ่งรายนี้ก็จะเป็นประเทศที่ 66 ของทั่วโลกที่พบผู้ป่วย 

 

อย่างไรก็ตาม  ผู้เชี่ยวชาญ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้มีการประชุมประเมินสถานการณ์โรคฝีดาษวานร และพิจารณา “ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข”  ล่าสุดยังไม่ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เพราะโรคไม่รุนแรง และไม่ติดต่อง่าย 

 

โดยหลักเกณฑ์กว้างๆทั่วไปโรคที่จะเป็นภาวะฉุกเฉิน ต้องมีความรุนแรง มีความสามารถแพร่ระบาดติดต่อกันง่าย และจำเป็นจำกัดการเดินทางของประชาชนทั่วโลก แต่ฝีดาษลิง ความรุนแรงไม่ได้มากนัก หลังการระบาดมา 2 เดือน พบผู้ป่วย 14,000 กว่าราย และส่วนใหญ่หายได้เอง ผู้เสียชีวิตน้อยมาก

 

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.
 

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีชายชาวไนจีเรียที่ตรวจพบ ฝีดาษลิง นั้น  ผู้ป่วยรายนี้ได้ติดตามโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทางภูเก็ต โดยให้ข้อมูลตอนเข้าประเทศไทยว่า จะมาเรียนภาษาที่เชียงใหม่ แต่ไม่ปรากฏว่า เขาไปทำอะไร อย่างไร

 

เมื่อเจ้าหน้าที่ติดต่อไปก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ลักษณะไม่เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่เวลาเป็นโรคอะไร ส่วนใหญ่จะให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ รวมถึงมีพฤติกรรมหลบหนี เวลาติดต่อเจ้าหน้าที่จะหลบเลี่ยง ล่าสุดพบสัญญาณมือถือแถวจังหวัดชายแดน ซึ่งนักท่องเที่ยวรายนี้ไม่ใช่นักท่องเที่ยวธรรมดา น่าจะมีคนช่วยเหลือหลบหนีในประเทศไทย จากนี้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพราะกรณีจะมีกฎหมายอื่นใช้ร่วมกัน

 

“ ขณะนี้กรมควบคุมโรค ได้ร่วมกับหลายหน่วยงาน ทั้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ภูเก็ต ส่วนกลาง และจังหวัดชายแดน รวมทั้งข้อมูลที่ได้เบื้องต้นอาจจะหลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติตรงชายแดนไป เราได้ขอความร่วมมือกระทรวงการต่างประเทศให้ประสานชายแดนกัมพูชาที่เขาหลบหนีไป เพื่อติดตามป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาด รวมทั้งหน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานติดกัน อย่างจังหวัดสระแก้ว จะได้มีการประสานกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขฝั่งตรงข้ามติดตามผู้ติดเชื้อต่อไป” นพ.โอภาส กล่าว

 

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการค้นหาผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่มเติมเชิงรุก ว่า จากการสอบประวัติเบื้องต้น พบว่า มีสถานบันเทิง 2 แห่ง ซึ่งมีการคัดกรองโดยดูจากอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หรือมีตุ่มผื่นขึ้น ได้คัดกรองไป 142 ราย มี 6 รายมีไข้ เจ็บคอ ปวดตามตัว ไม่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน ส่งตรวจหาเชื้อ 5 ราย และผลตรวจไม่พบเชื้อ ซึ่งต้องติดตามอาการอีก 21 วัน  ส่วนอีกรายไปต่างประเทศแล้ว  ทั้งนี้ ส่วนที่เหลือไม่มีตุ่มขึ้นก็จะมีการติดตามอาการต่อเนื่อง 21 วัน

 

อีกมาตรการคือ ต้องมีการค้นหาเชิงรุก จากผู้ป่วยโรคผื่นผิวหนังอื่นๆ รวมทั้งโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รับบริการในโรงพยาบาล 3 แห่ง และคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 3 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และมีการสุ่มตรวจ เบื้องต้นมี 183 ราย

 

อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า 183 รายเป็นผู้สัมผัส แต่เป็นมาตรการค้นหาเชิงรุก  นอกจากนี้ มาตรการค้นหาผู้สัมผัสใกล้ชิดรวม 33 ราย ซึ่งไม่มีอาการป่วย มีตั้งแต่ตรวจที่พักอาศัย ในชุมชน โรงแรม โรงพยาบาล ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดย 19 รายเหมือนมีประวัติเสี่ยงสูง แต่อีก 14 รายไม่มีความเสี่ยง ทั้งหมดต้องสังเกตอาการ 21 วัน

 

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.

 

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ได้มีการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูง และค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ส่งตรวจหาเชื้อแล้วทั้งหมด 38 ราย ตรวจไม่พบเชื้อฝีดาษลิง 7 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อ 31 ราย  ทั้งนี้ ข้อแนะนำสำหรับประชาชนขอให้ใช้มาตรการ Universal Prevention  ป้องกันโรคได้ดี เน้นการล้างมือบ่อยๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะหว่าง แต่หากมีไข้ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต มีตุ่มน้ำตุ่มหนอง ให้รีบพบแพทย์ ไม่ควรหลบหนี เพราะการพบแพทย์จะได้รับการรักษา การหลบหนีเป็นการทำผิดกฎหมายประเทศไทย

 

“บางคนถามปัสสาวะมากระเด็นใส่เราจะติดหรือไม่ ไม่ติดหรอก โรคนี้ไม่ได้ติดง่ายๆ เชื้ออยู่ตามตุ่มตามหนอง ต้องสัมผัสใกล้ชิด เดินเฉียดกันไม่ติดแน่นอน ติดยากกว่าโรคเอดส์ ซึ่งเป็นโรคเพศสัมพันธ์จริงๆ ตุ่มขึ้นภายใน 2 สัปดาห์จะแห้งแล้วหายไป ไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น” อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าว

 

 

ส่วนข้อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าชายไนจีเรียอยู่ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2564 อาจจะมีการติดเชื้อภายในประเทศหรือไม่ นพ.โอภาส กล่าวว่า เนื่องจากเราไม่เจอตัวชายคนดังกล่าว ซึ่งประวัติชัด ๆ ก็ไม่มี เป็นคนที่มีพฤติกรรมมไม่ตรงไปตรงมา บางข่าวบอกว่ามีการเดินทางเข้าๆ ออกๆ เป็นต้น

ประสานกัมพูชาสกัด"ฝีดาษลิง"แพร่ คาดชายไนจีเรียมีคนช่วยพาหนี ฝ่าฝืนกม.

 

ข่าวล่าสุด