ประกอบด้วย 1.มาตรการ A : Accelerate Travel & Tourism Spending เร่งรัดให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่นานขึ้น โดยเสนอให้ “ยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า” ชั่วคราวถึงสิ้นปี 2565 และขอขยายระยะเวลาพำนักออกไปเป็นสูงสุด 45 วัน โดยนายกฯ มอบหมายให้ไปหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ
2.มาตรการ B : Booster Shot เพื่อหมุดหมายในการฟื้นประเทศ “เราฟื้นด้วยกัน” ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ ทางนายกฯ สั่งการให้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือเรื่องการจัดหางบประมาณกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในส่วนนี้จะต้องของบประมาณเพิ่มเติม โดยตนมองว่าสามารถของบฯ จาก พ.ร.ก.กู้เงินฯ ได้ ซึ่งปัจจุบันมีวงเงินคงเหลือราว 7 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.จะเร่งจัดทำข้อมูลมาตรการและงบประมาณที่ต้องใช้ เพื่อนำเสนอต่อนายกฯ ก่อนเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป
3.มาตรการ C : Cost-effectiveness สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิผล ลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง ส่งเสริมขีดความสามารถในระยะยาว โดยผ่อนผัน แก้ไขระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องเป็นการชั่วคราว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างเหมาะสมและยืดหยุ่น ต้องไปหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ส่วนงบประมาณบูสเตอร์ช็อตก้อนที่ 2 สำหรับกระตุ้น “ภาคการกีฬา” อีก 1,000 ล้านบาทนั้น จะของบพิเศษต่างหากจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) เช่น จัดการแข่งขันกีฬาในประเทศ บางงานผนึกความร่วมมือกับ ททท. เพื่อสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวเชิงกีฬา ให้เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดในประเทศปี 2565 ไปถึงเป้าหมาย 160 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7 แสนล้านบาท