ทางรถไฟสายนี้เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ปี 2564 โดยเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงเวียงจันทน์ของสปป.ลาว กับคุนหมิง เมืองเอกของมณฑลยูนนานของจีน โดยเป็นส่วนหนึ่งของระเบียงเศรษฐกิจจีน-อินโดจีน และโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt & Road Initiative) หรือ BRI ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2556 เพื่อขยายเส้นทางการขนส่งเชื่อมต่อผู้คนใน 70 ประเทศทั่วโลก ทั้งทางบกและทางทะเลบนรางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร เป็นระยะทาง 1,035 กิโลเมตร โดยอยู่ในลาว 414 กิโลเมตร บนเส้นทางยังมีอุโมงค์ 167 แห่ง เป็นระยะทางกว่า 590 กิโลเมตร หรือ 63% ของระยะทางทั้งหมด ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่าเส้นทางส่วนที่อยู่ในลาวต้องผ่านอุโมงค์ 75 แห่ง คิดเป็นระยะทาง 198 กิโลเมตร และสะพาน 167 แห่ง เป็นระยะทาง 61 กิโลเมตร
อภิมหาโครงการที่ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 5,900 ล้านดอลลาร์ (1.99 แสนล้านบาท) จีนรับผิดชอบภาระทางการเงิน 70% ลาวรับผิดชอบส่วนที่เหลือ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2559 ทำให้เกิดความวิตกว่าลาวจะ "ติดกับดักหนี้" เพราะมีมูลค่าการลงทุนสูงราว 1/3 ของขนาดเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้ง 60% ของเงินลงทุน หรือ 3,500 ล้านดอลลาร์ ก็มาจากเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน (Exim Bank of China) ทำให้ลาวต้องรับภาระหนี้ตามสัดส่วนในวงเงิน 1,060 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่จีนรับภาระ 2,480 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือ 40 % เป็นหุ้น โดยทั้งสองฝ่ายต้องใส่เงินตามสัดส่วนหุ้นของตัวเอง โดยจีนใส่เข้าไปจำนวน 1,630 ล้านดอลลาร์ ส่วนลาวต้องใส่ 730 ล้านดอลลาร์ โดยเอามาจากงบประมาณรัฐบาล 250 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือ 480 ล้านดอลลาร์ ต้องกู้จากธนาคารของจีน รวมแล้วลาวมีหนี้สิน 1,540 ล้านดอลลาร์ นับว่าสูงมากเมื่อเปรียบกับผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่อยู่ที่ 19,136 ล้านดอลลาร์