“นักธุรกิจสาว” ร้องถูกหนุ่มอ้างสนิท “พิมรี่พาย” ตุ๋นเงิน 20 ล้านบาท
17 ก.ค. 2565

“เจ้าของร้านโรงเหล้าอมตะ” ถูกหนุ่มหลอกเงิน 20 ล้านบาท อ้างสนิทสนมกับ “พิมรี่พาย” หวังสร้างธุรกิจร่วม ที่ไหนได้ถูกหลอกโร่แจ้งความแต่คดีไม่คืบ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม
ข่าว
17 ก.ค. 2565

“เจ้าของร้านโรงเหล้าอมตะ” ถูกหนุ่มหลอกเงิน 20 ล้านบาท อ้างสนิทสนมกับ “พิมรี่พาย” หวังสร้างธุรกิจร่วม ที่ไหนได้ถูกหลอกโร่แจ้งความแต่คดีไม่คืบ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม
วานนี้ (16 ก.ค.65 ) ที่ร้านโรงเหล้าอมตะ อ.เมือง จ.ชลบุรี น.ส.ภูรินทรา มิ่งโอโล อายุ 44 ปี เจ้าของร้านโรงเหล้าอมตะและเจ้าของธุรกิจเกี่ยวสถานบันเทิงหลายแห่งเปิดเผยว่า ตนเองได้ถูกนายพงศธร ปรียวาณิชย์ หรือเอ็ม อายุ 33 ปี บ้านเดิมอยู่ที่ 127 ถ.อุตรกิจ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.กระบี่ ได้มาหลอกลวงตนว่ามีความสนิทสนมกับ น.ส.พิมรดา เบญจวัฒนะ หรือพิมรี่พาย เนื่องจากได้ส่งขนมบราวนี่ให้กับพิมรี่พายจำหน่าย ช่วงนั้นยังไม่ได้เกิดปัญหาขนมบราวนี่ขึ้นรา จึงทำให้เกิดความเชื่อถือ ประกอบกับมีการสั่งซื้อขนมบราวนี่ของนายพงศธรไปจำหน่ายจริง นอกจากนี้ยังได้มีการทำเฟสบุ๊กมาหลอกว่าได้มีการติดต่อกับพิมรี่พาย รวมทั้งอ้างว่าเคยเป็นแฟนกับพิมรี่พายอีกด้วย ทำให้เกิดความเชื่อถือ และหวังว่าว่าได้มีการประกอบธุรกิจร่วมกัน
น.ส.ภูรินทรากล่าวว่า หลังจากที่มีข่าวว่าขนมบราวนี่เกิดขึ้นรา เนื่องจากแหล่งผลิตไม่ได้คุณภาพ นายพงศธรจึงมาติดต่อกับตนให้ช่วยหาแหล่งผลิตขนมบราวนี่ จึงได้จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้มีการผลิตขนมบราวนี่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อส่งไปขายให้กับพิมรี่พาย ซึ่งตนเองก็หลงเชื่อ ต่อมานายพงศธรได้เห็นตนเองทำน้ำพริกหลวงพระบาง ซึ่งเป็นน้ำพริกใส่หนังหมู ซึ่งมีชื่อเสียงในประเทศลาว จึงอ้างว่าให้ทำน้ำพริกไปให้พิมรี่พายชิม และอ้างว่าชิมแล้วเกิดความชอบ และต้องการเป็นตัวแทนไปจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าดังๆ อาทิ เทสโก้ โลตัส แม็คโคร ซึ่งส่งเดือนละ 2-3 แสนกระปุก พร้อมทั้งได้มีการปลอมแปลงใบสั่งซื้อมาให้ด้วย ทำให้เชื่อ ประกอบได้ใช้แมสเซนเจอร์ในเฟซบุ๊กรูปพิมรี่พายมาหาตน พร้อมทั้งอ้างว่าเป็นคุณออย พี่สาวของพิมรี่พายเป็นผู้ประสานงาน แต่ความจริงเป็นพนักงานของพิมรี่พาย
"ต่อมาได้มีการพิมพ์ข้อความมาถึงพร้อมทั้งบอกว่าพิมรี่พายขอความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าสรรพกรตรวจสอบทำให้ไม่สามารถใช้เงินในบัญชีได้ ประกอบกับเราเป็นเอฟซีของพิมรี่พราย รวมทั้งถูกหลอกว่าชอบน้ำพริกหลวงพระบางด้วย จึงได้โอนเงินให้ครั้งละ 1-2 ล้านบาท โอนไปประมาณ 40 ครั้ง เพื่อช่วยเหลือพิมรี่พาย หากรวมทั้งเงินสดและทรัพย์สินโอนไปให้ประมาณ 20 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มมารู้ว่านายเอ็มหลอกทั้งหมด"
น.ส.ภูรินทรากล่าวต่อว่า ได้ทราบว่าแบบฟอร์มที่ส่งมาให้นั้นไม่ใช่ของพิมรี่พาย คนชื่อออยก็ไม่ใช่พี่สาวของพิมรี่พาย และได้ออกจากการเป็นพนักงานไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้พยายามประสานงานกับพิมรี่พาย จนกระทั่งทราบว่าพิมรี่พายไม่เคยประสานงานกับนายเอ็มเลย จึงรู้ว่าถูกหลอก
น.ส.ภูรินทรากล่าวอีกว่า หลังจากนั้นจึงได้เข้าแจ้งความที่ สภ.ดอนหัวฬ่อ เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2565 ในความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 และมาตรา 342 (1) รวมทั้งการนำใบเสนอราคาปลอมมาใช้ มีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสาร รวมทั้งการปลอมแปลงเช็คอีกด้วย และการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อีกด้วย ต่อมานายพงศธรได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ดอนหัวฬ่อ ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี แต่ไม่มีเงินประกับตัว ตำรวจจึงได้ส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำกลางชลบุรี
"การที่มาร้องเรียนสื่อมวลชนในครั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินคดีมีความล่าช้า และยังไม่มีการยึดทรัพย์ของผู้ต้องหา เกรงว่าเงินที่เสียไปประมาณ 20 ล้านบาทจะไม่ได้คืน นอกจากนี้ยังได้มีการว่าจ้างทนายความเสียเงินไปอีกจำนวนมาก ก็อ้างแต่ว่าต้องรอการดำเนินการของตำรวจ จึงมาร้องเรียนเพื่อให้มีการเร่งรัดคดีดังกล่าว" น.ส.ภูรินทรากล่าวและว่า ส่วนในเรื่องของพิมรี่พายนั้น ตนไม่ได้เรียกร้องอะไร อยากให้มาชิมน้ำพริกหลวงพระบางของตนบ้าง หากติดอกติดใจและไปช่วยจำหน่าย ก็จะเป็นช่องทางในการลดหนี้สินที่เกิดขึ้นประมาณ 20 ล้านบาทก็พอใจแล้ว
ข่าวล่าสุด