เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนและจับแพะชนแกะอย่างรุนแรง นายจิรัฏฐ์ เป็นผู้แทนประชาชนและเข้ามาทำหน้าที่สำคัญในการพิจารณางบประมาณรายจ่ายของประเทศ แต่กลับไม่ศึกษาข้อมูลให้ดีและยังให้ร้ายผู้อื่น ถือเป็นพฤติกรรมที่แย่มาก เช่นนี้พรรคก้าวไกลและสังคมควรทบทวนบทบาทของนายจิรัฏฐ์ เสียใหม่
การจัดทำของบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นเรื่องของส่วนราชการที่พิจารณาว่า เรื่องใดมีความสำคัญและจำเป็น จากนั้นจึงเสนอของบประมาณผ่านสำนักงบประมาณ ดังนั้นแม้จะเป็นงบประมาณของ สลน. แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้เป็นผู้เสนอขอหรือจัดงบให้ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางงบประมาณที่มีคณะกรรมการหลายชุดเป็นผู้พิจารณา
"นายจิรัฏฐ์ เอาข้อมูล 2 โครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยมาแต่งเป็นนิทานเรื่องใหม่ โดยโครงการแรกเป็นการขอจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ ALL-IN-ONE จำนวน 138 เครื่อง เพื่อทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หรือ 7 ปีตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงบประมาณกำหนด ส่วนโครงการที่สอง คือ โครงการจัดทำฐานข้อมูลภารกิจด้านต่างประเทศของนายกรัฐมนตรีที่มีรายการจัดซื้อแท็บเล็ตพร้อมอุปกรณ์เพียง 6 เครื่องเท่านั้น คิดเป็นค่าขอจัดซื้อคอมพิวเตอร์ (รวมค่าระบบปฏิบัติการ) และแท็บเล็ต รวมทั้ง 2 โครงการ 4.03 ล้านบาท ไม่ใช่ขอจัดซื้อแท็บเล็ตตัวท็อป 10 ล้านบาท ตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้นสิ่งที่นายจิรัฐฏ์ พูดนั้นจึงเป็นข้อมูลที่มั่วมาก โดยมุ่งหวังจะดิสเครดิตนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล แต่ความจริงกลับเป็นเรื่องโกหกพกลม จึงสมควรพิจารณาตัวเองไปทำหน้าที่อื่นเสียดีกว่า" นายธนกร กล่าว