ทั้งนี้หากชาวบ้านไม่สามารถใช้เส้นทางนี้ได้ในบางครั้งก็ต้องอ้อมไปอีกหมู่บ้านเพื่อเข้าพื้นที่การเกษตรซึ่งมีระยะทางกว่า 3 กม. อีกทั้งช่วงนี้เป็นการเก็บเกี่ยวข้าวโพดด้วย และชาวบ้านยังไม่รู้ว่าจะหาทางไหนขนผลผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายด้วย ซึ่งในพื้นที่การเกษตรแห่งนี้มีทั้งการปลูกนาข้าว ข้าวโพด ไร่มะขาม และไร่มันฝรั่งอีกในพื้นที่กว่า 1,600 ไร่
ด้านนายทวี ชิดสนิท ตัวแทนชาวบ้าน ได้กล่าวเสริมว่า ตนอยากให้ราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่มาช่วยชาวบ้าน อย่างจริงจังเสียทีในเรื่องของการสร้างสะพานข้ามน้ำลาวนี้ เพราะชาวบ้านก็เหนื่อยกันมาหลายปีแล้วในการสร้างสะพานข้ามน้ำแห่งนี้ ซึ่งหากน้ำป่ามาในแต่ละครั้งค่าใช้จ่ายในการสร้างสะพานข้ามน้ำชั่วคราวนี้ก็ต้องหมดลงไปอีก ซึ่งในการสร้างสะพานข้ามแต่ละครั้งชาวบ้านต้องไปหาไม้มาทำกันเองด้วยเพราะป่าที่อยู่หลังหมู่บ้านถูกประกาศเป็นป่าสงวนโดยอุทยานแห่งชาติภูซางไปแล้ว หรือจะต้องให้ชาวบ้านแอบเข้าไปล้มต้นไม้เพื่อมาสร้างสะพานนี้อีกครั้งหากน้ำป่าซัดเข้ามาทำสะพานขาดอีก
ล่าสุด นายธีรพงษ์ มีศรี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบทพะเยา ซึ่งได้ระบุว่า ขณะนี้ทางหน่วยงานของตนได้รับเรื่องนี้ไว้และได้เข้าพื้นที่สำรวจสะพานดังกล่าวพร้อมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด และได้เขียนคำร้องของบประมาณในการสร้างสะพานข้ามน้ำลาวของบ้านผาลาด ม.3 นี้ไปยังกรมทางหลวงชนบทแล้ว ทั้งนี้ในการก่อสร้างสะพานแห่งนี้ คาดว่าจะได้งบประมาณในส่วนของปี 67 ซึ่งระยะทางในการสร้างสะพานจะอยู่ที่ 80 เมตรซึ่งมีมูลค่าประมาณ 16-17 ล้านบาท อีกทั้งคำร้องของหน่วยงานของตนส่งไปได้ 1 เดือนแล้ว โดยบรรจุอยู่ในแผนเป็นอันดับความเร่งด่วน เป็นอันดับ 1 ของงบประมาณสำนักงานแขวงชนบทพะเยา ตนต้องขอให้ทางชาวบ้านรอการตอบรับจากส่วนกลางอีกครั้งหากงบประมาณได้มาแล้วก็จะสามารถเริ่มสร้างสะพานข้ามน้ำนี้แห่งนี้ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน
---------------------------------
ศาสนพล พรมเสน รายงาน