นพ.ธเรศ กล่าวอีกว่า ตอนนี้สถานพยาบาลสำหรับดูแลผู้ป่วยโควิด–19 ยังเปิดใช้ทุกรูปแบบ ซึ่งมีประมาณ 100 กว่าแห่ง แต่ขณะนี้กองทุนต่าง ๆ ไม่ได้จ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลตรงนี้แล้ว เช่น สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยกเลิกการจ่ายไปตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา
ดังนั้น ทางรพ.เอกชน อาจจะไม่ได้มีการขยายการเปิดเพิ่มนัก เพราะต้องเขาเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเช่าโรงแรม และการดูแลผู้ป่วย ย้ำว่าการขยายเปิดตรงนี้เป็นไปเพื่อให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรักษาตัวที่บ้าน แล้วสะดวกที่จะจ่ายเอง ถ้าแพงคนก็ไม่ไปอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม คนไข้ที่อาการสีเขียวไม่ต้องไปโรงพยาบาลก็ได้ เพราะตามเจตนารมณ์เราอยากให้ท่านรักษาในระบบ OPD
เมื่อถามว่าหากอนุญาตให้รพ.เอกชน สามารถเปิดฮอทพิเทล โฮเทลไอโซเลชั่น โดยที่กองทุนต่างๆ ยกเลิกการจ่ายไปแล้ว ทำให้เอกชนเรียกเก็บค่ารักษากรณีโรคโควิด–19 ได้ 100 % เลยหรือไม่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า ใช่
เมื่อถามย้ำว่าต้องควบคุมราคาด้วยหรือไม่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า เราไม่มีกฎหมายควบคุมราคา กฎหมายเรากำหนดให้แค่ต้องประกาศราคาให้ทราบตั้งแต่แรก ซึ่งค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด – 19 จะอิงตามประกาศอัตราการจ่ายค่ารักษาของทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หรือไม่ก็ไม่สามารถบอกได้ แต่สำหรับการควบคุมราคาต่างๆ นั้น อยู่ในกฎหมายการควบคุมราคาสินค้าและบริการของกระทรวงพาณิชย์
ส่วนกรณีคนที่ไปรักษาในสถานพยาบาลชั่วคราวเหล่านี้ หากมีการเก็บเงินไม่ใช่เรื่องผิด ใช่ไหรือไม่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้ มีการปรับระบบให้ผู้ป่วยรักษาตามสิทธิ ยกเว้นคนไข้เหลือง แดง ที่สามารถรักษาที่ไหนก็ได้ ดังนั้นหากคนไข้อาการสีเขียว ซึ่งมีรพ.ตามสิทธิ์อยู่ที่ รพ. ก. แต่เลือกที่จะไป รพ. ข. ก็ต้องจ่ายเงินเอง พอจ่ายเองจะเลือกจ่ายแบบไหน จะจ่ายแบบคนไข้นอก หรือจะไปนอนฮอทพิเทล นอน รพ. ก็แล้วแต่ แต่โดยรวมรพ. ข. ต้องดูแลท่านตามมาตรฐานวิชาชีพ ห้ามให้ยาเกิน เช่น หากไม่มีอาการแต่ให้ยาเยอะ ถ้าตรวจสอบพบก็ต้องมีความผิดตามาตรฐานวิชาชีพ