ผู้สื่อข่าวพาไปบุกไร่อินทผลัม จุดแลนด์มาร์คและจุดเช็คอินแห่งใหม่ในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ ที่ สวนแสงจันทร์ฟาร์ม บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 1 ตำบลหอกลอง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ของนายสมชาย แสงจันทร์ หรือลุงตู้ เป็นเจ้าของ สวนแสงจันทร์ฟาร์ม มีเนื้อที่ปลูกอินทผาลัมกว่า 22 ไร่ ปลูกกว่า 20 สายพันธุ์ โดยมี นางศศิวัณย์ ศรีพรหม ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกและ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือจังหวัดพิษณุโลก เป็นผู้ผลักดัน ให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรและสุขภาพนวัตกรรมเกษตรอัจฉริยะ ที่รอต้อนรับนักท่องเที่ยวสายเกษตรอินทรีย์ และผู้ที่ชื่นชอบทานผลอินทผลัม สายพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ รสชาติหวาน กรอบอร่อย นับเป็นผลไม้ที่ให้คุณประโยชน์กับร่างกายมากมาย
สมชาย แสงจันทร์ หรือลุงตู้ เป็นเจ้าของ สวนแสงจันทร์ฟาร์ม กล่าวว่า ช่วงนี้ ส่ายพันธุ์ เบรม ที่จะออกผลผลิตมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน เริ่มทานได้ ซึ่งอายุของเขาซึ่งปกติ บาฮีเหลือง ผสมจั่นอายุ 150 วันจึงจะเก็บผลผลิตขายได้ แต่พันธุ์เบรม อายุสั้นกว่าแค่ 130 วัน ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้ สายพันธุ์เบรม ออกต้นฤดูกาล ขายได้ราคาดีกว่า ขณะที่รสชาติถือว่าเป็นอันดับ 1 ของอินทผาลัมที่ทานสด โดยสายพันธุ์เบรมของสวนแสงจันทร์ฟาร์มทั้งหมด ส่งขายที่ท็อปส์มาร์เก็ต ราคา 790 บาท แบบเป็นทลาย ซึ่งทลายหนึ่งน้ำหนักกว่า 7-8 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 5,000 บาท ขณะที่แบบแพ็คเป็นกล่องน้ำหนัก 500 กรัม ขายราคา 375 บาท คาดว่าสายพันธุ์เบรม ผลผลิตปีนี้แม้ยังออกไม่เต็มที่ แต่คาดว่าจะออกมาประมาณ 1 ตัน แต่ปีหน้าคาดว่าผลผลิตจะออกเต็มที่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 ตันแน่นอน นับว่าอินทผาลัม สายพันธุ์ เบรม เป็นสายพันธุ์ที่ได้ราคาดี ออกก่อนช่วงต้นฤดูกลาง ลูกค้าประจำที่ชอบทานอินทผาลัมสด เพราะ รสชาดหวาน นุ่ม ละมุน ยังเป็นที่ต้องการของตลาด