เนชั่นทีวี

Nation Story

STORY: วิกฤตซองขนมโลก! แบรนด์ดังเริ่มลดสีบรรจุภัณฑ์ รับมือขาดแคลน "แนฟทา" จากสงคราม คนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร?

13 พ.ค. 2569

STORY: วิกฤตซองขนมโลก! แบรนด์ดังเริ่มลดสีบรรจุภัณฑ์ รับมือขาดแคลน "แนฟทา" จากสงคราม คนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ถ้าวันหนึ่งซอง "มันฝรั่งทอด" หรือ "ช็อกโกแลต" เจ้าประจำของคุณ กลายเป็นสีขาวดำเรียบๆ คุณจะยังหยิบมันอยู่ไหม?

ในโลกที่ "ภาพลักษณ์" คือทุกอย่าง การที่แบรนด์ขนมจะยอมทิ้งสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ไป ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

แต่วันนี้ "สงคราม" และ "วิกฤตพลังงาน" กำลังบังคับให้โลกเข้าสู่ยุคที่ความสวยงามต้องหลีกทางให้กับความอยู่รอด เมื่อสารแนฟทา (Naphtha) วัตถุดิบหลักในการผลิตตัวทำละลายหมึกพิมพ์กำลังขาดแคลนอย่างหนัก จนแบรนด์ใหญ่ระดับโลกเริ่มขยับตัวกันแล้ว



🔵 [ส่องยักษ์ใหญ่ขยับตัว: เมื่อ "คาลบี้" เริ่ม "ถอดสี"]


รายงานจากสื่อญี่ปุ่นเปิดเผยว่า คาลบี้ อิงค์ (Calbee Inc.) ยักษ์ใหญ่วงการมันฝรั่งทอด ประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ซองขนมเป็นการชั่วคราว จากซองที่มีสีสันสดใส กลายเป็นเพียงซองขนม "ขาว-ดำ" ที่มีแค่โลโก้แบรนด์และชื่อขนม ไม่มีตัวการ์ตูนหรือภาพมันฝรั่งทอดอีกแล้ว

โดยคาลบี้จะเริ่มปรับดีไซน์จากสินค้าขายดีบางชนิด รวมถึง "มันฝรั่งทอด ข้าวเกรียบกุ้ง และซีเรียลกราโนลาผลไม้" ซึ่งจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. เป็นต้นไป โดยในแถลงการณ์ได้ย้ำว่า "จะไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินค้า"

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายบริษัทที่กำลังพิจารณามาตรการนี้เช่นกัน อาทิ อิโตแฮม โยเนคิว โฮลดิงส์ (Itoham Yonekyu Holdings Inc.) กำลังพิจารณารูปแบบบรรจุภัณฑ์ เช่น ลดปริมาณการใช้วัสดุ และทบทวนจำนวนสีที่ใช้ในหมึกพิมพ์

🔵 [มุมมองจากเมืองไทย: แม้ซองยังสวย แต่ "พายุ" กำลังมา]


หากหันกลับมามองที่ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตบ้านเราตอนนี้ เราอาจจะยังเห็นซองขนมสีแดง เหลือง เขียว สดใสอยู่เหมือนเดิม เพราะผู้ประกอบการไทยยังคงพยายาม "แบกรับต้นทุน" เพื่อรักษามาตรฐานที่ผู้บริโภคคุ้นเคย

แต่ในฐานะคนทำงานที่ต้องวางแผนชีวิต เราต้องไม่ลืมว่าไทยเรานำเข้าวัตถุดิบสารเคมีเหล่านี้เช่นกัน สิ่งที่เราอาจจะได้เห็นในอนาคตอันใกล้สำหรับตลาดไทย คือ:

1. ราคาที่อาจปรับขึ้น : หากแบรนด์ยังยืนยันจะใช้ซองแบบเดิม ท่ามกลางต้นทุนหมึกที่พุ่งสูง 10-20%
2. การปรับลดขนาด (Shrinkflation) : ซองสวยเท่าเดิม แต่ขนมข้างในน้อยลง
3. ดีไซน์ใหม่ที่ "จืด" ลง : แบรนด์อาจเริ่มเปิดตัวสินค้าใหม่ด้วยแพ็กเกจจิ้งที่ใช้หมึกน้อยลง เพื่อหยั่งเชิงตลาด


🔵 [เราจะรับมืออย่างไร เมื่อความคุ้นเคยเปลี่ยนไป?]


สำหรับกลุ่มคนวัยทำงานที่เป็น "ผู้ตัดสินใจซื้อ" หลักในครอบครัว นี่คือบททดสอบความเข้าใจ เราอาจต้องเริ่มปรับทัศนคติว่า "ซองจืดไม่ได้แปลว่าขนมไม่อร่อย"

หากวันหนึ่งแบรนด์ไทยลุกขึ้นมาเปลี่ยนซองเป็นสีขาวดำ หรือลดทอนสีสันลงเพื่อไม่ให้ต้องขึ้นราคาสินค้า เราในฐานะผู้บริโภคจะยอมรับได้ไหม? หรือเราจะมองว่านี่คือ "ความรับผิดชอบ" ที่แบรนด์มีต่อกระเป๋าสตางค์ของเรา และเป็นการช่วยลดการใช้สารเคมีไปในตัว

"ในอนาคต คุณภาพข้างในอาจสำคัญกว่าหน้าตาข้างนอก" นี่อาจเป็นนิยามใหม่ของความคุ้มค่าที่เราต้องเผชิญ

สุดท้ายนี้ อยากชวนทุกคนมาแลกเปลี่ยนกัน... ถ้าขนมแบรนด์โปรดของคุณเปลี่ยนซองจากสีสันสดใส กลายเป็นสีขาวดำเรียบๆ เพื่อคงราคาเดิมไว้ คุณยังจะสนับสนุนเขาอยู่ไหม? และคุณคิดว่า "ความเรียบง่าย" แบบนี้ จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนสำหรับสังคมไทยในยุคค่าครองชีพแพงหรือไม่?