ดร.น้ำแท้ กล่าวว่า บทบาทของอัยการในการดำเนินคดีทางเพศ เราไม่ต้องการให้ผู้เสียหายเจ็บช้ำจากการดำเนินคดีที่ล่าช้า เนื่องจากการสอบสวนซ้ำซาก ดังนั้นหากอัยการอยู่ร่วมสอบปากคำได้ตั้งแต่ครั้งแรก นำข้อเท็จจริงมาต่อสู้คดีจนจบกระบวนการ จะช่วยลดการตอกย้ำรอยแผลของผู้เสียหาย เพราะต้องยอมรับว่าบางคดีกว่าจะจับผู้ต้องหาได้อาจใช้เวลาหลายปี การมาให้ปากคำใหม่จะย้ำบาดแผล เพราะผู้เสียหายบางคนอาจก้าวไปต่อแล้ว หรือ มีครอบครัวใหม่แล้ว หากให้กลับมาเล่าถึงเหตุการณ์อีกอาจเกิดความไม่สบายใจเพราะไม่อยากให้คนในครอบครัวรู้ อย่างไรก็ตามการลงนามใน MOU ระหว่างอัยการสูงสุดกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและชุมชนเพื่อแก้ปัญหาและอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาจึงมีความสำคัญ ที่จะทำให้อัยการได้ข้อมูลข้อเท็จจริงโดยตรง
เรืองรวี พิชัยกุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยบทบาทหญิงชายและการพัฒนา (GDRI) กล่าวว่า สถานการณ์ความรุนแรงทางเพศที่เกิดขึ้น หากติดตามอย่างตรงไปตรงมาหรือเห็นจากการนำเสนอข่าวจากทางสื่อจะพบว่ามีแจ้งความจำนวนมาก และน้อยรายที่เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาอาจจะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมไม่เป็นมิตรกับผู้เสียหาย เพราะอาจจะไม่เข้าใจว่าเรื่องการถูกละเมิดทางเพศเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน บางครั้งในกระบวนการสืบสวนสอบสวนมีการถามหลายๆ ครั้ง หรือ ไม่มีฉากกั้น ต้องเผชิญหน้ากับคู่กรณี หรืออาจถูกข่มขู่
เรืองรวี กล่าวด้วยว่า ต้องออกแบบกระบวนการยุติธรรมอย่างไร ที่จะคุ้มครองให้ผู้เสียหายปลอดภัยและกล้าพูดข้อเท็จจริง โดยที่ไม่ทำให้เกิดความบอบช้ำซ้ำไปซ้ำมา รวมถึงการจัดเก็บหลักฐานที่ควรมีในโรงพยาบาลทุกแห่ง ไม่ต้องวิ่งไปเฉพาะที่ที่มีแพทย์ OSCC ถึงเวลาหรือไม่ต้องมีแพทย์นิติเวช ประจำ 24 ชั่วโมง หรือ มีบ้านพักฉุกเฉิน มีนักสังคมสงเคราะห์คอยดูแลผู้เสียหายและให้คำแนะนำทันที่เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้น
ทั้งนี้ กระบวนการยุติธรรมที่มีความอ่อนไหวต่อความแตกต่างทางเพศสภาพ (Gender-friendly justice) หมายถึง การประกันว่ากฎหมาย สถาบันความยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม และผลลัพธ์ของความยุติธรรมจะไม่เลือกปฏิบัติกับใครก็ตามบนพื้นฐานของเพศและเพศสภาพ (Gender identities) จำเป็นต้องมีมุมมองในเรื่องของสิทธิมนุษยชน การกำหนดเจตจำนงของตนเอง (Self-determination) ความเสมอภาคทางเพศ (Gender equality) ความอ่อนไหวทางเพศ (Gender sensitive) และสิทธิตามกฎหมายที่เท่าเทียมกันของผู้หญิง ผู้ชายและทุกเพศสภาพ ตลอดจนการเข้าถึงและการขจัดอุปสรรคต่อการได้รับสิทธิเหล่านี้ ความอ่อนไหวทางเพศหมายถึงการทำความเข้าใจและคำนึงถึงปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างหลากหลายของแต่ละปัจเจกบุคคลเกี่ยวกับชีวิตสาธารณะและชีวิตส่วนตัว บทบาทและความคาดหวังของสังคม การตีตราหรือด้อยค่าพฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูญเสียพรหมจรรย์ของหญิงสาวเป็นเรื่องน่าอาย เมื่อถูกข่มขืนหรืออนาจาร เป็นต้น ซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานมาจากอคติที่เกี่ยวข้องกับการกีดกันและการเลือกปฏิบัติทางเพศ
ความรุนแรงทางเพศหมายถึง (ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ) การกระทำใดๆ ของความรุนแรงที่ส่งผลหรือมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ทางเพศ หรือจิตใจ หรือความทุกข์ทรมานต่อสตรีและทุกเพศสภาพ รวมถึงการข่มขู่ต่อการกระทำดังกล่าว การบีบบังคับ หรือการกีดกันตามอำเภอใจของ เสรีภาพไม่ว่าจะเกิดขึ้นในที่สาธารณะหรือในชีวิตส่วนตัว และกฎหมายไทยกำหนดไว้ใน พรบ.ศาลเยาวชนและครอบรัว และ พรบ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว