“นายบัน ชิง เตา ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง เดินทางไปประเทศต่างๆทั่วโลกตลอดเวลาเวลา โดยเฉพาะในพื้นที่แถบทวีปแอฟริกา จึงยากต่อการติดตามตัว จนกระทั่งทราบเบาะแสว่าเจ้าตัวได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยเพื่อติดต่อธุรกิจบางอย่าง จึงร่วมกันวางแผนสืบหาเบาะแสจนสามารถตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว”
จากการสอบสวน นาย บุน ชิง เตา ให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว และการเดินทางเข้ามาภายในประเทศไทยนั้น ก็เพื่อมาเจรจาติดต่อเรื่องธุรกิจน้ำมันกัญชา ส่วนที่ต้องเดินทางเข้าออกพื้นที่แอฟริกาบ่อยครั้งเป็นการไปเที่ยวพักผ่อนเพียงเท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปี 2558 นายบุน ชิง เตา เคยถูกตำรวจไทยจับกุมตัวหลังพบพยานหลักฐานว่าเป็นนายทุนคนสำคัญติดต่อซื้องาช้างมาจากทวีปแอฟริกา และนำงาช้างดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทยผ่านทาง อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อให้กลุ่มผู้ร่วมขบวนการนำไปส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่ประเทศไทย