เช่นเดียวกับ รายงานในวารสาร นิวอิงแลนด์ วันที่ 22/6/65 ถึง BA.4 BA.5
และแล้ว หมอเองติดไปแล้วตั้งแต่ 10 มิถุนายน และเช่นเดียวกับอีกหลายคน ตั้งแต่ค้นเดือนมิถุนายน แม้ว่าหลายคนจะฉีดเข็มที่สี่ หรือ เข็มห้า ไปแล้ว
พิสูจน์ว่า วัคซีนกันการการติดโอมิครอนไม่ดี โดยเฉพาะสายย่อยนี้
แต่อานิสงส์ของการฉีดวัคซีน “สามเข็มโดยเข็มสุดท้ายเป็น mRNA” จะลดความเสี่ยงอาการหนักได้ แต่ถ้าอาการมากขึ้นอย่านิ่งนอนใจ
ถ้าฉีดเชื้อตายให้เริ่มนับใหม่ ถ้าฉีด AZ ต้องตามด้วย mRNA และถ้าจะให้หลีกเลี่ยงผลข้างเคียงของวัคซีนให้ได้มากที่สุดควรต้องฉีด “ชั้นผิวหนัง”
สรุป บทเรียนเดือน มิ.ย. นี้จากตัวเอง และรอบข้าง
1. อย่าเชื่อ ATK ถ้ายังขีดเดียวและมีอาการไม่สบายให้รีบแยกตัว เริ่มฟ้าทะลายโจร อย่ากินตามฉลาก ให้เทียบว่ายี่ห้อนั้นมี แอนโดรกราโฟไลท์ เท่าไหร่ ให้ทาน = 60 มก เช้า กลางวัน เย็น ห้าวัน ในเด็กทาน 10 มก เช้า กลางวันเย็น ห้าวันเช่นกัน
2. ฟาวิพิราเวีย ตามที่คณะของเราได้เคยรายงานไปแล้วว่าเริ่มดื้อมานานพอควรแล้ว
ทั้งนี้ แม้ว่ารักษาทันที ตั้งแต่วันแรก ใช้ยาถูกขนาด แต่รหัสพันธุกรรมตั้งแต่สมัยเดลต้าแล้วผันแปรไปจากเดิมเยอะมากและเมื่อรักษาไปครบห้าวันกลับไม่ได้ผล
อาการปอดบวมมากขึ้นโดยมีรหัสพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงไปอีกมากและต้องทำการเปลี่ยนยา
3. ห้ามชะล่าใจเด็ดขาดเมื่อไม่สบาย และคิดว่าอาการไม่หนักทั้งนี้คงจำกันได้ โควิด ทำให้ออกซิเจนต่ำโดยไม่รู้ตัว (happy hypoxemia)
หมอเอง ต้องเดิน 6 นาทีความอิ่มตัวของออกซิเจนเริ่ม <96% และเหนื่อยล้ามาก จนต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อรักษา ด้วยยาฉีด เพราะชะล่าใจว่าไม่น่าติด และทำงานได้มีแต่ fatique บ้าง จนอาการยกระดับขึ้นมากมาย