ตัวเลขที่น่าสนใจคือ BA.4 ,BA.5 นั้นพบว่าเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศมากกว่าผู้เดินทางจากต่างประเทศถึง 2.8 เท่า
และองค์การอนามัยโลกยังได้สรุปข้อมูลเบื้องต้นว่า ไวรัสสายพันธุ์ย่อย BA.4 , BA.5 มีลักษณะที่เด่นและต่างไปจาก BA.2 คือ
- มีความสามารถในการแพร่เชื้อเร็วกว่า
- ดื้อต่อภูมิคุ้มกันของมนุษย์มากขึ้น
- ดื้อต่อยารักษาโรคมากขึ้น
- ความรุนแรงของโรค ยังสรุปไม่ได้ว่ารุนแรงมากน้อยอย่างไร
จากความสามารถของไวรัส BA.4 , BA.5 ที่ดื้อต่อภูมิคุ้มกันของมนุษย์มากขึ้น จึงทำให้พบว่าผู้ที่เคยติดโควิดในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็น BA.1 มีระดับภูมิคุ้มกันที่ไม่สามารถป้องกันการติด BA.4 , BA.5 ได้ดีนัก จึงมีการติดเชื้อซ้ำ (Re-infection) โดยพบว่าในผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน จะมีโอกาสติดเชื้อซ้ำมากกว่าผู้ที่ได้รับวัคซีน
ในช่วงโควิดขาลงของประเทศไทย
และเริ่มมีการผ่อนคลายหลายมาตรการด้วยกัน รวมทั้งเรื่องการไม่บังคับให้ใส่หน้ากากในที่สาธารณะนั้น
เมื่อมีข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จึงทำให้ต้องมีความตระหนักและระมัดระวังเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับไวรัส Omicron สายพันธุ์ย่อยที่ 4,5 ที่มีความสามารถในการติดเชื้อมากขึ้น เกิดการติดเชื้อซ้ำได้ ทั้งที่เคยติดเชื้อและหายดีแล้ว
จึงต้องมีความตระหนัก และระมัดระวัง ไม่ประมาท โดยการใส่หน้ากากเท่าที่สามารถทำได้ และควรฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อรับมือกับไวรัส Omicron สายพันธุ์ย่อยที่สี่และห้า (BA.4,BA.5) โดยเร็วต่อไป