นอกจากนี้ ยังมีการเปิด ศูนย์ Hotline 065-9651135 เพื่อรับแจ้งเบาะแสหรือขอคำปรึกษา โดยจะมีเจ้าหน้าที่รับสายตลอด 24 ชม. และมีการตั้งกลุ่ม Line Open Chat “ผู้เสียหาย ดารุมะ ซูซิ” เพื่อให้ข้อมูลในการเตรียมเอกสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้เสียหาย
ส่วนหลักฐานที่ผู้เสียหายจะต้องนำมาให้กับพนักงานสอบสวน มีดังนี้
1. หลักฐานการโอนเงิน เช่น สลิปโอนเงิน เสตทเม้นท์ หรือหลักฐานการหักชำระด้วยบัตรเครดิตของผู้เสียหายเอง (สำคัญ)
2. สำเนาบัตรประชาชนผู้เสียหาย หรือหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้มอบอำนาจ ผู้รับมอบติดอากรแสตมป์ลงนามให้เรียบร้อย
3. หลักฐานการซื้อคูปองผ่านแอปพลิเคชั่น ดารุมะ ซูซิ ผ่านที่ตั้งสาขาใด (เน้นให้ปรากฎข้อมูลคูปองที่สั่งซื้อ, ประวัติการจอง, การชำระเงิน)
4. หลักฐานการสนทนากับผู้ขาย (ถ้ามี)
5. หลักฐานที่ผู้เสียหายพบโฆษณาขายคูปองผ่านทางช่องทางใด เช่น เฟสบุ๊ก หรือ IG เป็นต้น
6. หลักฐานการปฏิเสธการใช้คูปอง (ถ้ามี) หรือหากยังไม่ได้ใช้คูปอง อาจหาหลักฐานจากข่าวว่าร้านที่ใช้บริการปิดไม่สามารถใช้บริการได้ เป็นต้น
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังระบุอีกว่า การปราบปราบอาชญากรรมทางออนไลน์ เป็นนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งปราบปรามและหาแนวทางป้องกันอย่างจริงจัง จึงขอฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า อย่าหลงเป็นเหยื่อมิจฉาชีพง่ายๆ ขอให้ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือให้ดีก่อน
ทั้งนี้หากพบเบาะแสหรือขอคำปรึกษา สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน บช.สอท. 1441 หรือ ศูนย์ PCT 081-8663000 หรือ ผู้เสียหายสามารถแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com