ส่วนวัคซีนนั้น อเมริกาและอังกฤษประกาศมีวัคซีน 2 ตัว แต่ใช้ 1 ตัว อังกฤษจะให้เฉพาะบุคลากรสาธารณสุขที่ดูแลฝีดาษวานรและคนเสี่ยงสัมผัสสูง ซึ่งไม่สามารถป้องกันติดเชื้อ 100% แต่เมื่อติดแล้วผ่อนหนักเป็นเบา ลดแพร่กระจายได้ ทั้งนี้ มีการศึกษาคำนวณทางคณิตศาสตร์ ถ้าฉีดวัคซีนฝีดาษหมดทุกคน ภูมิคุ้มกันหมู่ 100% จะป้องกันฝีดาษลิงได้ เพราะติดจาก 1 คนไปต่อน้อยกว่า 1 คน จะไม่มีการแพร่ระบาดในชุมชน
แต่เมื่อภูมิคุ้มกันหมู่เหลือน้อยกว่า 60% คือ มีคนเกิดมาอายุน้อยลงเรื่อยๆ แล้วไม่ได้รับวัคซีน เมื่อมีคนติด 1 คนจะแพร่ได้มากกว่า 1 คน เกิดการแพร่ระบาดในชุมชนขึ้น อาจเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้แพร่ในชุมชนต่างๆ ตอนนี้ ส่วนการกลายพันธุ์ยังไม่มีที่น่ากังวลต้องจับตาต่อไป
ไทยเลิกปลูกฝีดาษตั้งแต่ปี 2523 แต่บางจังหวัดยังปลูกฝีอยู่ คาดว่าเลิกปลูกจริงในปี 2525 แต่การปลูกฝีดาษไม่ได้ป้องกันฝีดาษลิงได้ทั้งหมด และภูมิคุ้มกันจะค่อยๆ ลดลงตามอายุ เฉลี่ย 60-70 ปี สิ่งที่ต้องดำเนินการจากนี้ คือ 1.เร่งสำรวจคนที่ยังไม่ได้รับการปลูกฝี ซึ่งเป็นกลุ่มที่อายุต่ำกว่า 50 ปี ว่ามีสัดส่วนเท่าไร 2.เตรียมฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง มีความอ่อนไหวไวต่อโรค เช่น เพิ่งผ่านการสัมผัสกับคนติดเชื้อใน 4 วัน แต่ไม่เกิน 21 วัน เนื่องจากระยะฟักเชื้อประมาณ 21 วัน