เนชั่นทีวี

ข่าว

หัวคะแนนติดตามคดีอมเงินซื้อเสียง แจง ส.ก.จ่ายไม่ครบ

21 มิ.ย. 2565 | sitthichai_nak

หัวคะแนนติดตามคดีอมเงินซื้อเสียง แจง ส.ก.จ่ายไม่ครบ

หัวคะแนนเข้าติดตามความคืบหน้าคดี หลัง ส.ก.จ่ายเงินไม่ครบ ตกเป็นแพะรับบาป ถูกชาวบ้านบุกปิดล้อม หยอดกาวกลอนประตู จนเข้าบ้านไม่ได้ ทนายวอนเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จากบุญคุณที่เคยมีต่อกัน เป็นการกระทำเป็นขบวนการ แล้วโยนให้ลูกความรับผิดฝ่ายเดียว

วันที่ 21 มิถุนายน 2565 เวลา 11.00 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง( บช.ก.)  นายเทพฤทธิ์ ชัยภูมิพิทักษ์ ทนายความ พร้อมด้วย น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 47 ปี และบุตรสาว เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ธงชัย โตเจริญ รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ภายหลัง น.ส.เอ ทำหน้าที่เป็นหัวคะแนนให้ผู้สมัคร สก. ในพื้นที่เขตสายไหม ทำการเก็บสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้านในพื้นที่กว่า 115 ราย แต่ชาวบ้านกลับได้เงินไม่ครบ จึงบุกมาล้อมห้องพักและเข้ามารุมทำร้าย รวมถึงนำกาวตราช้างมาหยอดกุญแจจนไม่สามารถเข้าห้องพักได้ ก่อนจะแจ้งความกับทางกองปราบปรามฯ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา

 

น.ส.เอ เปิดเผยว่า ตนไม่รู้จักคนมากมาย จึงอาศัยคนรู้จักอีกทอดหนึ่ง เก็บสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้านในพื้นที่กว่ามา 115 ราย โดยตกลงกับชาวบ้านว่าจะจ่ายให้ตนละ 500 บาท แต่เมื่อนำสำเนาบัตรประชาชนไปส่งให้ กลับมีการจ่ายเงินให้ชาวบ้านเพียง 65 ราย ส่วนที่เหลืออีก 50 รายนั้น ผู้สมัคร ส.ก. บ่ายเบี่ยงไม่ยอมจ่ายให้ จึงทำให้ตนเองและครอบครัวถูกชาวบ้านที่ไปเก็บบัตรประชาชนบุกล้อมห้องพัก พยายามจะเข้ามารุมทำร้าย ต้องหนีตายออกมาทางหลังห้อง และยังถูกชาวบ้านนำกาวตราช้างมาหยอดจนไม่สามารถไขได้ 

 

ขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาจะส่งเสริมการทุจริตการเลือกตั้ง หรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้งแต่อย่างใด แต่ตนไม่รู้ว่าการกระทำลักษณะนี้จะเป็นความผิด ซึ่งตนไม่ได้รับค่าตอบแทนอะไรเลย ชีวิตตอนนี้ลำบากมาก สองคนแม่ลูกไร้ที่อยู่ จึงอยากขอร้องให้ตำรวจเร่งดำเนินการติดตามจับกุมกลุ่มคนที่บุกมาทำร้าย และใช้กาวตราช้างหยอดแม่กุญแจจนเข้าห้องพักไม่ได้

นายเทพฤทธิ์ กล่าวอีกว่า  คดีผ่านไปแล้ว 1 เดือน แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ ลูกความของตนยังเข้าห้องพักไม่ได้ ต้องเร่ร่อนขอความช่วยเหลือจากบุคคลอื่น ชีวิตมีความยากลำบาก จึงตัดสินใจเดินทางมาเพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดี และสอบถามผลการสอบสวนเบื้องต้นจากพนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ 

 

ในส่วนของการดำเนินการทางกฎหมายกับ สก. รายนี้ ตนได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ไปแล้ว คาดว่าอีกไม่นาน กกต. จะดำเนินการคดีตามกฎหมาย 

 

อย่างไรก็ตาม หากจะพูดว่า พฤติกรรมของลูกความเป็นการส่งเสริมการทุจริต ต้องขอเรียนว่า ผู้เสียหายและทางพรรคมีความสนิทสนมกัน เป็นการกระทำโดยที่ไม่คิดว่ามีผลกระทบ ซึ่งคิดว่าหลังจากนี้ผู้เสียหายคงไม่กล้าทำแล้ว โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น ผู้สมัครอาศัยความสนิทสนมส่วนตัว และบุญคุณที่ช่วยเหลือผู้เสียหายมาก่อนหน้านี้ ขอให้ผู้เสียหายเป็นหัวคะแนนและรวบรวมรายชื่อชาวบ้านให้ ซึ่งเป็นการกระทำผิดที่ชัดเจน และยังสร้างควรมเดือดร้อนให้ผู้อื่น รวมถึงยังมีการทำเป็นขบวนการ แต่ปัดความรับผิดชอบให้ผู้เสียหายคนเดียว

หัวคะแนนติดตามคดีอมเงินซื้อเสียง แจง ส.ก.จ่ายไม่ครบ

ข่าวล่าสุด