นำส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุดเมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2565 รวม 17 ราย มีบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “FORTH” ถือหุ้นใหญ่สุด 46.0357% บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ “FSMART” ถือหุ้นรองลงมา 26.7143% บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ถือหุ้น 15.7143% บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) ถือ 3.8214%
นายพงษ์ชัย อมตานนท์ ถือ 4.2857% น.ส.พลอย ปิ่นแสง (ลูกสาว กนกศักดิ์ ปิ่นแสง นักธุรกิจชื่อดัง) ถือ 0.7143% นายโสภณ อัศวศรีวรนันท์ ถือ 0.2857% นายพิชิต นิ่มกุล ถือ 0.2857% ส่วนที่เหลืออยู่ในชื่อของ นางรังสี เลิศไตรภิญโญ นายชัชวิน พิพัฒน์โชติธรรม นายสธรรดร สัตตบุศน์ และนายวรภัทร ชวนะนิกุล
ขณะที่ คนตระกูล “ชิดชอบ” ร่วมถือหุ้นด้วย 5 ราย ได้แก่ นางกรุณา ชิดชอบ (ซ้อต่าย ภริยานายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดัง) ถือ 0.8036% น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ (บุตรสาวนายเนวิน และนางกรุณา) ถือ 0.5357% นายไชยชนก ชิดชอบ (บุตรชายคนโต) ถือ 0.2679% นายชนน์ชนก ชิดชอบ (บุตรชายคนกลาง) ถือ 0.2679% นายโชติชนก ชิดชอบ (บุตรชายคนเล็ก) ถือ 0.2679%
สำหรับ FORTH และ FSMART ที่เป็น 2 เอกชนถือหุ้นใหญ่ “ตู้เต่าบิน” มีคนตระกูล “อมตานนท์” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
ขณะที่นายพงษ์ชัย อมตานนท์ เคยเป็นกรรมการองค์การเภสัชกรรม ในยุคนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.สาธารณสุข และเคยเป็นกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในยุคนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็น รมว.คมนาคม
สำหรับ บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด นำส่งงบการเงินล่าสุดเมื่อปี 2564 มีรายได้รวม 225,743,916 บาท รายจ่ายรวม 266,608,830 บาท ดอกเบี้ยจ่าย 174,562 บาท ขาดทุนสุทธิ 41,039,476 บาท
ส่วนคนตระกูล “ชิดชอบ” ทั้ง 5 ราย พบว่า นอกเหนือจากธุรกิจ “เต่าบิน” แล้ว
ปรากฏข้อมูลเป็นกรรมการบริษัทในปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 20 มิ.ย. 2565) ดังนี้
นางกรุณา ชิดชอบ เป็นหุ้นส่วนใน หจก.อาคารล้านนา ธุรกิจให้เช่าห้องพักของครอบครัว “สุภา” (สกุลเดิมของนางกรุณา มีพื้นที่เพอยู่ จ.เชียงใหม่)
ส่วน น.ส.ชิดชนก ชิดชอบ ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัท 14 แห่ง ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ 12 แห่ง ได้แก่
- บริษัท บี.พี.เอ็น.2014 จำกัด
- บริษัท บี อาร์ เพาเวอร์ จำกัด
- บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด (สโมสรกีฬาร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ)
- บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สปอร์ตโฮเต็ล จำกัด
- บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด (ร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ)
- บริษัท พรรคผ่อน จำกัด
- บริษัท พันธุ์บุรีรัมย์ จำกัด (ทำธุรกิจการปลูกพืชผักกินใบและพืชผักกินต้น รวมถึงการเพาะเมล็ดพันธ์ผัก)
- บริษัท ศิวะ บาร์ณา จำกัด (ร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ)
- บริษัท เค 2009 ลิซ จำกัด
- บริษัท เค 2011 สปอร์ต จำกัด
- บริษัท เค. มอเตอร์สปอร์ต จำกัด
- บริษัท เอ็น แอนด์ เอ็น แลนด์ จำกัด
ขณะที่ นายไชยชนก ชิดชอบ เป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 5 แห่ง ยังดำเนินกิจการอยู่ 4 แห่ง โดยในจำนวนนี้ร่วมกับ “พี่สาว” น.ส.ชิดชนก 2 แห่ง ได้แก่ บริษัท เค 2011 สปอร์ต จำกัด, บริษัท เอ็น แอนด์ เอ็น แลนด์ จำกัด ที่เหลืออีก 2 แห่ง คือบริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีสปอร์ต จำกัด (สโมสรกีฬาอิเล็กทรอนิกส์) และบริษัท แอล อาร์ เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (โรงแรม รีสอร์ท และห้องชุด)
นายชนน์ชนก ชิดชอบ เป็นกรรมการบริษัท 2 แห่ง ทำธุรกิจการผลิตเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ที่ใช้รักษาโรค ได้แก่ บริษัท ดีอาร์พี168 จำกัด และบริษัท เคพี เมดิก จำกัด
นายโชติชนก ชิดชอบ ปรากฏชื่อเป็นกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 แห่ง คือ บริษัท แอล อาร์ เค ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ทำธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ท
ทั้งหมดคือโพรไฟล์ทางธุรกิจของ 5 คนในตระกูล “ชิดชอบ” ที่เข้าไปถือหุ้นใน “ตู้เต่าบิน” ก่อนกลายเป็นประเด็น “ดราม่า” ในห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ขอขอบคุณที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์