พล.ท.นันทเดช อดีตบิ๊ก ศรภ. เตือนรัฐบาลใช้มาตรการอ่อน รับมือม็อบทะลุแก๊ซ หวั่นการประชุมสุดยอดอาเซียนซ้ำรอยเหตุการณ์เอเปคพัทยา

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

 

ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ ที่กลับมาเคลื่อนไหวนัดชุมนุมอีกครั้ง หลังจากที่ทิ้งช่วงไป โดยครั้งนี้ทางกลุ่มทะลุแก๊ซได้มีการนัดชุมนุุมแบบต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้ (19 มิ.ย.) ได้มีการนัดหมายชุมนุมผ่านเพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ - Thalugaz ทำกิจกรรมคาร์ม็อบ โดยระบุว่า 

 

การชุมนุม #ม็อบ19มิถุนา65 ที่จะเป็น #Carmob มีกำหนดเคลื่อนที่จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเวลา 16.00 น. ไปยังกรมทหาราบที่ 1 (ถ.วิภาวดี) บ้านพักนายกรัฐมนตรี

 

โดยเจ้าหน้าที่จะไม่ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ขวาง (อัพเดท 22.15 น.) แต่ได้จัดเตรียมกำลังพลเต็มกำลัง เพื่อดำเนินการ #สลายการชุมนุมแทน
 

 

 

โพสต์นัดหมายชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ

 

ขณะที่ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ “ม็อบ” มีเนื้อหาดังนี้...

 

“ม็อบการเมืองที่ดินแดง

 

มนุษย์เรา เกิดมาก็แตกต่างกันอยู่แล้ว ทั้งฐานะ รูปร่างหน้าตา แม้กระทั้งคนรวย ก็ยังแบ่งเป็นรวยน้อย รวยมาก การดูแลของพ่อแม่ การได้โอกาสศึกษาก็ไม่เหมือนกัน ตอนเกิดมาร่างกาย  แข็งแรง หรือ อ่อนแอ ฯลฯ

 

ไม่มีทางจะเท่าเทียมกันได้ตามที่ UN กำหนดไว้

 

สิ่งที่พอจะทำให้มนุษย์ เท่าเทียมกันได้นั้น

 

มีอย่างเดียว คือ “สิทธิตามกฎหมาย” เท่านั้น

 

แต่ก็ต้องมี “หน้าที่ในการปฏิบัติตัวเอง ตามกฎหมาย”

 

ควบคู่มากับการใช้สิทธิด้วย นั้นคือการใช้สิทธิของตนเอง จะต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับผู้อื่น และเมื่อไดใช้สิทธิของตัวเองไปรุกล้ำสิทธิของผู้อื่น ก็ถือว่า “เป็นการทำผิดกฎหมาย” ทันที

 

เราจึงเห็นการปราบปรามม็อบ ในประเทศตะวันตก เต็มไปด้วยความเด็ดขาด เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐฯ อังกฤษ หรือ ฝรั่งเศส ก็เพื่อรักษาสิทธิของอีกหลายร้อย ที่จะต้องสัญจรบนถนน และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
 

 

 

โพสต์ของ พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

 

นอกจากนั้น ยังรวมไปถึงการรักษาทรัพย์สินที่มาจาก “ภาษี” ของประชาชนอีกด้วย เช่น การเผารถตำรวจ ทำลายป้อมจราจร เป็นต้น (ควรทราบว่า “เจ้าหน้าที่รัฐฯที่เบิกรถหลวงไปใช้ ตามหน้าที่ทุกคน” จะต้องนำรถกลับมาให้อยู่ในสภาพเดิม ไม่เช่นนั้นจะต้องชดใช้เงิน และรับโทษทางวินัยอีกด้วย )

 

ส่วนการจัดการม็อบที่ก่อเหตุรุนแรง ในประเทศไทย

 

หรือผู้ที่ทำความผิดอื่นๆ เช่น ความผิดทางคอมพิวเตอร์ และการปล่อยข่าวเท็จ ที่เกิดขึ้นในยุคของ พลเอกประยุทธ์ นั้น มีข้อสังเกตว่า

 

1.การปฏิบัติงาน ควบคุมม็อบ ต่ำกว่ามาตรฐานสากล อย่างมากมาย จนดูเสมือนว่ารัฐบาลเองจะละเว้นการกระทำหน้าที่ตาม ม.157 เสียด้วย ซึ่งเปรียบกับการจัดการม็อบในสมัยรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” แล้ว ต่างกันอย่างฟ้า กับ ดิน ครับ

 

ยุค คุณยิ่งลักษณ์ นั้น ขนาด “พระ” ตำรวจยังตีซะหนีกระเจิดกระเจิงเลย  สื่อ และ NGOs ต่างๆก็เงียบไปหมด

 

2.ส่วนผู้สนับสนุนม็อบนั้นจะต้องมีความผิดเสมือนตัวการ ตำรวจต้องเอาผิดด้วย ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงชาวต่างชาติ ไม่ใช่จับแต่เด็ก

 

3.การละเมิดสิทธิผู้อื่นนั้น ลองไปดูการทำงานในกรณีนี้ของประเทศ อื่นๆ เอาเฉพาะในอาเซียนก็พอ เช่น กัมพูชา ลาว พม่า มาเลเซีย นั้น จะเข็มงวดกว่าไทยมาก โดยเฉพาะบรูไน และ สิงคโปร์ ใครเอาสีสาดในที่สาธารณะ มีโทษถูกโบยด้วย ส่วนความผิดต่อประมุขของประเทศนั้น หลายประเทศยังมีกฎหมายในเรื่องความมั่นคง เพิ่มโทษขึ้นมาอีกด้วย

 

ปัจจุบัน รัฐบาลไทย และ กระทรวงต่างประเทศ “อ่อนมาก” ก็แค่อยากเตือนว่า ถ้าปล่อยไปแบบนี้ “การประชุมสุดยอดอาเซียน” ที่กำลังใกล้จะมาถึงนี้ อาจจะซ้ำรอยเดิมที่ “พัทยา” ก็ได้ครับ ถ้าปล่อยกันไว้แบบนี้
 

 

การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ

การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ

การชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊ซ