ถัดมา ดร.สุขุม นวลสกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตณ์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง มองอย่างตรงไปตรงมา ว่า การยื่นญัตติของฝ่ายค้านก็เหมือนกับทุกครั้งที่ยื่นมา เป็นญัตติธรรมดา ไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลได้ ขณะที่รัฐบาลได้โชว์ฟอร์มมาแล้วจากการอภิปรายงบประมาณปี 66 ว่าเสียงรัฐบาลรวมถึงพรรคร่วมยังแข็งแรง ดังนั้น ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะแพ้ฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ เห็นว่าฝ่ายค้านหวังเปิดแผลรัฐมนตรีแต่ละคน เพราะหวังผลเลือกตั้งครั้งหน้ามากกว่า แต่การใช้คำพูดแรงๆ เวลาพูดเหมือนขู่ แต่เอาเข้าจริง ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะการอภิปรายแต่ละครั้ง ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนมากกว่าความถูกผิด
มั่นใจภูมิใจไทยเป้าถล่ม หวังผลถึงเลือกตั้ง
สำทับด้วย ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มองว่า ฝ่ายค้านรู้ตัวว่าการยื่นอภิปรายรอบนี้จะหวังผลน็อคเอาท์เพื่อล้มรัฐบาลคงไม่ได้ เพราะมือในสภามีไม่พอ แต่ก็ยังต้องใช้สิทธิ์ยื่นอภิปรายปีละครั้ง เพื่อเปิด "ซักฟอก" เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่รัฐบาลจะหมดวาระ โดยหวังผลให้ขุนพลที่เป็นแกนนำพรรคหลักของรัฐบาลมีแผลและบอบช้ำมากที่สุดในเชิงชื่อเสียง
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าเป้าหมายหลักของการอภิปรายรอบนี้ไม่ใช่ "3ป." โดยตรง แต่เป็นพรรคภูมิใจไทย เพราะ
-นโยบายกัญชากำลังประสบความสำเร็จ และส่งผลต่อคะแนนนิยมในภาคอีสานของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย
-เปิดแผลในสภา แล้วนำไปขยายผลต่อในพื้นที่ โดยเฉพาะ 2 รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย
-เป้าหมายหลักของพรรคเพื่อไทย ยังคงเป็นการชนะแบบแลนด์สไลด์ ไม่ได้หวังคว่ำรัฐบาลตอนนี้
-การยื่นอภิปรายในประเด็น "ดูด ส.ส." สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม