คำแนะนำร่วมกันของ WHO กับองค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ และองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) พบว่า ยังมีชื่อโรคอื่นๆ ที่ขัดต่อแนวทางปฏิบัติในปัจจุบัน เช่น โรคไข้หวัดหมู (swine flu) ซึ่งการตั้งชื่อโรคควรทำโดยมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบด้านลบ และหลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดความไม่พอใจ ไว่าจะเป็นทางด้านวัฒนธรรม สังคม ระดับชาติ ระดับภูมิภาค วิชาชีพ หรือกลุ่มชาติพันธุ์ใดๆ
ฝีดาษลิง เดิมเป็นโรคเฉพาะถิ่นในแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางมานานหลายทศวรรษ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเล็ดรอดมาจากสัตว์ มากกว่าการติดต่อระหว่างคนสู่คน ในเคสที่เกิดการระบาดนอกแอฟริกา เช่น การระบาดที่สหรัฐฯ เมื่อปี 2546 พบว่า เกิดจากการที่สัตว์เป็นพาหะของไวรัส หรือมีการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด ส่วนการระบาดในมนุษย์ในปัจจุบัน ยังไม่ทราบสาเหตุ และระบาดจากการติดต่อสัมผัสที่ใกล้ชิด ซึ่งเป็นรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงจากการระบาดครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา
ส่วนเรื่องการตีตราที่นำไปสู่การเหยียดเชื้อชาตินั้น มีหลายกลุ่มได้เตือนเรื่องการสื่อสารเกี่ยวกับฝีดาษลิง โดยเมื่่อเดือนพฤษภาค สมาคมสื่อต่างประเทศแห่งแอฟริกา ได้เรียกร้องให้สื่อตะวันตกเลิกใช้รูป “คนผิวสี” เพื่อแสดงให้เห็นอาการของผู้ป่วย ประกอบการรายงานข่าวการระบาดที่สหรัฐฯ และอังกฤษ ขณะที่คณะนักวิทยาศาสตร์ ยืนยันในจดหมายที่ส่งถึง WHO ว่า ไม่ควรมีชาติพันธุ์หรือสีผิวใด ต้องเผชิญกับโรคนี้ ส่วนการที่มันระบาดออกนอกแอฟริกา ก็เพราะได้รับความสนใจเพียงเล็กน้อยจากนานาชาติก่อนหน้านี้ และผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงทุกคน ควรได้รับการปฏิบัติด้วยการเอาใจใส่และถือเป็นกรณีเร่งด่วนตามมาตรฐานเดียวกันกับประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือ