ขณะที่สหรัฐฯ พร้อมผลักดันการสนับสนุนพัฒนากองทัพไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทั้งการฝึก ศึกษา ยุทโธปกรณ์ และการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพร่วมกันด้านไซเบอร์และอวกาศ ซึ่งในปี 66 หลังผ่านความท้าทายของโควิด-19 จะได้มีความร่วมมือกัน จัดการฝึกร่วมผสมคอบบร้าโกล์ดเต็มรูปแบบ โดยจะมีการฝึกด้านไซเบอร์และอวกาศ เพื่อยืนยันและสะท้อนความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างกัน
ด้าน พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีกลุ่มของ นายจตุพร พรหมพันธ์ุ จัดเสวนาทางวิชาการและเดินทางมาแสดงเจตนารมณ์ยื่นหนังสือ เพราะกังวลต่อบทบาทของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ที่ด้านหลังกระทรวงกลาโหม ว่า ขอขอบคุณนายจตุพร และกลุ่มผู้เสวนา ที่แสดงความห่วงใยต่อประเทศ และมีข้อสังเกตร่วมกันต่อปัญหาหรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
"การมาแสดงเจตนารมณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และถือเป็นสิทธิตามกฎหมายที่สามารถทำได้ เป็นเรื่องดีที่สังคมตื่นตัว ตระหนักและมีส่วนร่วมงานด้านความมั่นคง และเรียนรู้ไปด้วยกัน กระทรวงกลาโหมพร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อสังเกตดังกล่าวด้วยใจจริง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ" พล.อ.คงชีพ กล่าว