หมอยง สรุปสถานการณ์โควิด-19 เมื่อเข้าสู่โรคประจำถิ่น คาดยอดติดเชื้อมากกว่าที่แจ้งอย่างเป็นทางการ 10 เท่า พบเด็กที่ยังไม่ได้รบวัคซีนติดเชื้อแล้ว 20% ย้ำการฉีดวัคซีนเข็ม 3 ช่วยให้ความรุนแรงของโรคลดลง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

10 มิถุนายน 2565 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือ “หมอยง” หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” สรุปสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ในวันที่กำลังกลายเป็นโรคประจำถิ่น ในหัวข้อ “โควิด 19 เมื่อโรคเข้าสู่ประจำถิ่น หรือตามฤดูกาล” โดยเชื่อว่ายอดการติดเชื้อมากกว่าที่รายงานนับสิบเท่า มีรายละเอียดดังนี้..

 

จำนวนผู้ป่วยขณะนี้ตามตัวเลขที่เราทราบ จะเป็นผู้ที่ได้รับการตรวจ RT-PCR ที่จำนวนการตรวจน้อยลงอย่างมาก ขณะเดียวกันตัวเลขผู้ป่วยที่ไม่ได้ลงทะเบียน จะมีอีกจำนวนมาก น่าจะเป็น 10 เท่า และส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง จึงสามารถรักษาตัวเองที่บ้านได้ รวมทั้ง มีการติดเชื้อแบบไม่มีอาการอีกจำนวนหนึ่ง

 

ประชากรส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน มีภูมิต้านทานจากวัคซีน และจำนวนหนึ่งมีการติดเชื้อ การติดเชื้อจะสร้างภูมิต้านทานได้ดี และผู้ที่ได้รับวัคซีน ร่วมกับการติดเชื้อ จะมีภูมิต้านทานแบบลูกผสม สามารถลดความรุนแรงได้เป็นอย่างดี 

 

หมอยง เผยสถานการณ์"โควิด"เข้าสู่โรคประจำถิ่น ยอดติดเชื้อมากกว่ารายงาน 10 เท่า

ในเด็กอายุ 5 ขวบ ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน เราตรวจเลือด (ในกรุงเทพฯ) พบว่ามีการติดเชื้อไปแล้วร่วม 20%  ในจำนวนนี้มีการติดเชื้อแบบมีอาการประมาณครึ่งเดียว

 

แสดงให้เห็นว่า ขณะนี้ ประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานที่เกิดจาก วัคซีน และ การติดเชื้อ ที่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างมาก อัตราการป่วยตาย ในปัจจุบัน เราไม่มีตัวเลขที่แท้จริง แต่จากการประเมินน่าจะอยู่ที่ 0.1 เปอร์เซ็นต์ หรือหนึ่งในพัน และผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว และไม่ได้รับวัคซีนครบ  3 เข็ม 

 

ชีวิตต้องอยู่กับโควิดตลอดไป การกักตัวในผู้ป่วย ก็จะใช้เวลาสั้นลง เป็น 7 วัน และดูแลป้องกันไม่ให้ติดคนอื่นด้วยการใส่หน้ากากอนามัย ล้างมืออีกอย่างน้อย 3 วัน อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพราะว่าผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เคยได้รับวัคซีนมาแล้ว มีภูมิต้านทานบางส่วน และเมื่อติดเชื้อการกำจัดเชื้อ ให้หายไป เร็วกว่าคนที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน 
 

หมอยง เผยสถานการณ์"โควิด"เข้าสู่โรคประจำถิ่น ยอดติดเชื้อมากกว่ารายงาน 10 เท่า

เด็กนักเรียน ในสิงคโปร์ ปีที่ผ่านมา 2564 เปิดเรียนตามปกติ ใครป่วย ให้หยุดเรียน 7 วันและถ้าไม่มีอาการแล้วให้กลับมาเรียนได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องตรวจ ATK ด้วย เพราะเขาให้ความสำคัญกับการเรียนมาก เมื่อเทียบกับความรุนแรงของโรคในเด็กแล้ว น้อยกว่าในผู้ใหญ่มาก  เด็กสร้างภูมิต้านทานได้ดี และมีความรุนแรงน้อย ยกเว้นเด็กเล็กที่ต่ำกว่า 2 ปี ซึ่งขณะนี้ก็ไม่มีวัคซีนและก็ยังไม่ได้ไปโรงเรียน 

 

ถ้าเปรียบเทียบกับไข้หวัดใหญ่ เราก็ใช้วิธีการให้หยุดเรียน จนกว่าไม่มีไข้และอาการที่ชัดเจนอย่างน้อย 2 วัน ก็สามารถไปโรงเรียนได้ ไม่ได้มีกฎเกณฑ์ว่าต้องหยุดถึง 10 วัน 

 

แนวโน้มในอนาคต เราจะต้องให้ความสำคัญของการศึกษา การหยุดเรียนของนักเรียน หรือการปิดโรงเรียน ควรจะต้องสั้นลง ถ้าเด็กส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากวัคซีน หรือเคยติดเชื้อ เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่นๆ เด็กเล็กที่ไปโรงเรียน ติดเชื้อ RSV เราก็ไม่ได้มีการกำหนดว่าต้องหยุด 10 วัน เช่นเดียวกันไข้หวัดใหญ่ก็เหมือนกัน
 

“ การติดเชื้อในเด็กนักเรียน ที่ได้รับวัคซีนมาครบแล้ว ควรจะหยุดเรียนอยู่บ้านเรียนออนไลน์  7 วัน ก็น่าจะเพียงพอ โดยเฉพาะในเด็กที่มีอาการน้อย หรืออาการหายแล้ว ” หมอยง ระบุในตอนท้าย

 

หมอยง เผยสถานการณ์"โควิด"เข้าสู่โรคประจำถิ่น ยอดติดเชื้อมากกว่ารายงาน 10 เท่า

 

สำหรับ สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ของประเทศไทย วันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานผู้ป่วยใหม่ จำนวน 2,836 ราย จำแนกเป็น

  • ผู้ป่วยในประเทศ 2,835 ราย
  • ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 1 ราย
  • ผู้ป่วยสะสม 2,256,453 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565)
  • หายป่วยกลับบ้าน 3,518 ราย
  • หายป่วยสะสม 2,256,552 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565)
  • ผู้ป่วยกำลังรักษา 24,556 ราย
  • เสียชีวิต 24 ราย
  • เสียชีวิตสะสม 8,588 ราย (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565)
  • จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 673 ราย 

 

หมอยง เผยสถานการณ์"โควิด"เข้าสู่โรคประจำถิ่น ยอดติดเชื้อมากกว่ารายงาน 10 เท่า

ขอบคุณข้อมูล : เพจเฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” และ เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูล COVID-19