นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า หากตนเองผิดจริงไม่ต้องมาตัดสินเพราะจะลาออกด้วยตนเอง ย้ำไม่ได้ข่มขู่ทนายเดชา แต่เป็นการตักเตือนกัน และขอให้ไปถามทนายเดชาว่า ข่มขู่อะไรตนไว้บ้าง ยืนยันจำเป็นที่จะเป็น ส.ส.ต่อ เพื่อให้ความเดือดร้อนของประชาชนที่ตนดูแลอยู่ผ่านพ้นไปด้วยดี
ฝากไปยังทนายคน 4 คนว่า ให้ดูด้วยว่าตนกำลังทำอะไรอยู่และท่านทำอะไรอยู่ เพราะตนพยายามช่วยเหลือแม่แตงโมทุกทางที่ทำได้ แต่ทั้งทนายทั้ง 4 คน พยายามระงับกระบวนการยุติธรรม และส่วนตัวไม่โกรธที่จะไปร้องเรียน สามารถทำได้ แต่เสียใจเพราะจะทำให้เสียเวลาในการต่อสู้คดี ขอร้องอย่าวางประตูเรือใบ หากทำงานนี้เสร็จแล้วจะทำลาออกเอง
ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ได้ยกบทกลอนของศรีปราชญ์ฝากถึงทนายทั้ง 4 คน ว่า “ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง เราผิด 4-5 คนมาประหารเราชอบ เราบ่ผิดท่านมาล้างดาบนั้นคืนสนอง”
นายมงคลกิตติ์ ยังพูดถึงกรณี ทนายตุ๋ย ทนายความของแซน ที่นำคลิปเสียงบังแจ็คที่โทรฯ มาหาทนายตุ๋ย มาเปิดในรายการโหนกระแสโดยพูดพาดพิงถึงนายอัจฉริยะและนายมงคลกิตติ์ว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ทนายบุญถาวร ปัญญาสิทธิ์ ดำเนินคดีกับทนายตุ๋ยด้วย เพราะเป็นการหมิ่นประมาทชัดเจน แม้ในรายการโหนกระแส ทนายตุ๋ยจะอ้างว่า ทำเพื่อช่วยให้ ส.ส.เต้ และนายอัจฉริยะก็ตาม
เมื่อถามว่า หลังจากมีการเปิดคลิปเสียงได้พูดคุยสอบถามกับตัวบังแจ็คหรือยังว่าเป็นเสียงบังแจ็คจริงหรือไม่ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน แต่จากที่ฟังเสียงคล้ายบังแจ็ค ทั้งนี้ยังมั่นใจในตัวบังแจ็คอยู่ว่า ต้องการช่วยเหลือคดีแตงโมโดยไม่มีเรื่องเงินหรือผลประโยชน์แอบแฝง พร้อมเผยว่า บังแจ็คอาจจะเป็นไส้ศึกที่ตัวเองส่งไปสืบข่าวฝั่งนั้นก็ได้