- วิกฤตความผันผวนในตลาดการเงินโลก ที่หลายเดือนที่ผ่านมา ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ผันผวนแปรปรวน เหวี่ยงไปมา ทั้งในส่วนของ ราคาหลักทรัพย์ พันธบัตร คริปโต ค่าเงิน ทำให้ฟองสบู่ที่พองขึ้นมากในช่วงโควิด ยุบตัวลงมา สร้างความเสียหายให้กับทุกคน อย่างกว้างขวาง
- โอกาสที่จะเกิด Recession ในสหรัฐและประเทศต่างๆ ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากดอกเบี้ยของเฟดที่จะต้องขึ้นไป จนสูงพอที่จะปราบเงินเฟ้อให้อยู่หมัด และยิ่งวิกฤตในยุโรปไม่ยอมจบ หรือลุกลาม ปัญหาเงินเฟ้อก็จะยิ่งยืดเยื้อ และทำให้เฟดต้องใช้ยาแรงยิ่งขึ้น
- โอกาสการเกิด Emerging Market Crisis ในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ที่ในขณะนี้ เราเริ่มเห็นประเทศเล็กๆ ซึ่งอ่อนแอ เช่น ศรีลังกา ปากีสถาน กำลังเผชิญกับวิกฤต และปัญหานี้กำลังลุกลามไปทดสอบประเทศอื่นๆ เช่น เนปาล จากการที่นักลงทุนพยายามหาว่า "ใครจะเป็นรายต่อไป" โดยทั้งหมดเกิดขึ้นทั้งๆ ที่ เฟดเพิ่งจะเริ่มการขึ้นดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้ง และยังไม่ได้ดึงสภาพคล่องกลับ
(3) ทวีปเอเชีย จากจีนที่มีปัญหาความเปราะบางจากฟองสบู่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่สะสมตัวมาเป็นเวลาหลายสิบปี และเริ่มประสบปัญหาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เริ่มต้นจาก Evergrande และลุกลามไปบริษัทอื่นๆ ทำให้จีนต้องเข้าสู่โหมด Clean up ที่จะต้องใช้เวลา 1-2 ปี ในการจัดการให้ทุกอย่างเข้าที
ปัญหานี้ทำให้เศรษฐกิจจีน ซึ่งปกติจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญเศรษฐกิจโลก ชะลอตัวลงมาก (กระทบต่อการขยายตัวของโลก ของสหรัฐ และของทุกคน ในช่วงที่ทุกคนอ่อนแอ) ทั้งยังมีโอกาสที่จะลุกลามบานปลาย กลายเป็นวิกฤตเต็มรูปแบบในจีนได้ หากจัดการไม่ดี
พร้อมกันนั้น การต่อสู้กับโควิดของจีน โดยใช้นโยบายที่เข้มงวด ทยอยปิดเมืองสำคัญต่างๆ เพื่อให้บรรลุถึงนโยบาย Zero-Covid กำลังกระทบต่อการนำเข้า การส่งออก และห่วงโซ่การผลิตของโลก อย่างมีนัยยะสำคัญ
ปัญหาในสามทวีปนี้ กำลังซ้ำเสริมซึ่งกันและกัน เหมือนกับพายุไต้ฝุ่น/พายุเฮอริเคน 3 ลูกที่กำลังผสานกันเป็นเนื้อเดียว นำไปสู่ Perfect Storm ที่อยู่ข้างหน้าเราในขณะนี้
ส่วนควรเตรียมการรับมือกับมรสุมเศรษฐกิจลูกใหม่นี้อย่างไร ทำอย่างไรจะผ่าน Perfect Storm ลูกนี้ไปได้ มีโอกาสในวิกฤตอยู่ที่ตรงไหน มาตามกันต่อในตอนต่อไป
ขอขอบคุณที่มา : เฟซบุ๊กส่วนตัว "Kobsak Pootrakool"