สำนักข่าวเอพีรายงานว่า ในส่วนของตัวเลขผู้ป่วยล่าสุดที่ WHO ระบุว่า มีเกือบ 200 รายนั้น มีบางฝ่ายเชื่อว่า ตัวเลขที่แท้จริงนั้นน่าจะสูงกว่าที่มีรายงานออกมา โดยทางการสเปนเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (27 พ.ค.) ว่า จำนวนผู้ป่วยเพิ่งเพิ่มขึ้นเป็น 98 ราย และหนึ่งในนั้นเป็นผู้ป่วยสตรี ซึ่งรายงานข่าวระบุว่า เธอได้รับเชื้อมาโดยตรงจากห่วงโซ่ของการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พบในกลุ่มผู้ป่วยชายเท่านั้น
แพทย์ในอังกฤษ สเปน โปรตุเกส แคนาดา สหรัฐฯ และที่อื่นๆ รายงานว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่นั้นพบในกลุ่มเกย์และกลุ่มชายไบเซ็กชวล หรือชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายด้วยกัน แต่รายงานข่าวระบุว่า รสนิยมทางเพศไม่ได้เป็นประเด็นเดียวที่ทำให้ติดโรคนี้ และนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ไวรัสดังกล่าวสามารถติดต่อผู้ใดก็ได้ หากไม่มีการเร่งควบคุม
อย่างไรก็ดี รายงานที่ระบุว่า การพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงส่วนใหญ่ในยุโรปนั้นเป็นกรณีผู้ป่วยชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย ทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่ม LGBTQ หรือ กลุ่มเพศทางเลือก มีความกังวลว่า จะเกิดกระแสต่อต้านรังเกียจกับชุมชนนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อกรุงมาดริดกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Gay Pride ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีผู้คนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก หลังจากการจัดงานต้องเป็นไปในรูปแบบจำกัดหรือถูกยกเลิกไปในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19
นายแพทย์ อันเดร อันติโนริ ผู้อำนวยการแผนกผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากไวรัส จากโรงพยาบาล สปาลลันซานิ ในกรุงโรม กล่าวว่า ในกรณีผู้ที่สงสัยเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศนั้น ในเวลานี้ยังไม่มีใครสามารถให้คำจำกัดความได้เลยว่า โรคนี้ (ฝีดาษลิง) เป็นโรคที่ติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ดังนั้น เขาจึงเห็นว่า ควรจะหลีกเลี่ยงการสรุปความดังกล่าวไปก่อน
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ทุกคนสามารถติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงได้หากมีการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือแม้แต่ผ่านทางเสื้อผ้า หรือผ้าปูที่นอน ขณะที่ ผู้ติดเชื้อนั้นสามารถหายป่วยภายใน 2-4 สัปดาห์ โดยไม่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม WHO เตือนว่า เมื่อเร็ว ๆนี้ มีการพบว่า มีผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงราว 3-6% ที่อาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ