อาจจะมีหลาย ๆ ไม่ทราบว่า เขามีพี่น้องฝาแฝดที่หน้าตาและลักษณะท่าทางเหมือนกันมาก แต่ในด้านความสามารถและความเห็นทางการเมืองนั้น ทั้งคู่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
วันนี้ ทีมข่าวเนชั่นอออนไลน์ ขอย้อนเรื่องราวดีๆ ที่เกี่ยวกับพวกเขาทั้งคู่มาให้อ่านกันตรงนี้...อีกสักครั้ง เพื่อให้คอข่าว ให้ทราบถึงประวัติพ่อเมืองกรุงเทพคนใหม่อีกสักรอบ พร้อมกับสัมผัสถึงเรื่องราวสุดประทับใจของ “ฉันชาย-ชัชชาติ” ฝาแฝด-คู่แฝดที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
เปิดตัวฝาแฝดต่างอุดมการณ์ “ฉันชาย สิทธิพันธุ์”
รศ.ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มีแฝดพี่ชื่อ “ฉันชาย สิทธิพันธุ์” ถึงแม้พวกเขาจะมีลักษณะหน้าตาที่เหมือนกัน แต่ในด้านความคิดก็มีเรื่องที่แตกต่างกันบ้าง เช่น เรื่องการเมือง แต่ทั้งสองก็ยังคงเป็นพี่น้องที่ห่วงใยกันและไม่เคยก้าวก่ายความคิดของใครที่เห็นต่าง
1. ฉันชาย-ชัชชาติ ลูกชาย พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 เป็นวันที่ฝาแฝดชาย "ตระกูลสิทธิพันธุ์" ได้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ เขาทั้งสองเป็นลูกชายของ พล.ต.อ.เสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับคุณแม่จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ ปัจจุบันชัชชาติและฉันชายอายุย่าง 56 ปี
ชัชชาติ เป็นแฝดน้องมีชื่อเล่นว่า “ทริป” ส่วนแฝดผู้พี่นามฉันชาย มีชื่อเล่นว่า “ทัวร์” พวกเขายังมีพี่สาวอีก 1 คน คือ ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
2. ในวัยเด็กรักการอ่าน/นั่งหันหลังชนกัน อ่านหนังสือวันละ 2 ชั่วโมง
เนื่องจากคุณแม่เป็นคนที่เข้มเรื่องระเบียบวินัย เลี้ยงลูกแบบสมัยเดิม ๆ ต้องแบ่งเวลาเป๊ะ ๆ เรื่องการบ้านจะติวเข้มมาก คือลูก ๆ ต้องมีตารางเวลาที่ชัดเจนในการทำสิ่งต่าง ๆ หลังเลิกเรียนของเด็กชายชัชชาติและ เด็กชายฉันชาย จะนั่งหันหลังชนกันแล้วอ่านหนังสือสองชั่วโมง มีเบรกเล่นกีฬา ดูทีวีบ้าง
ด้วยความถูกปลูกฝังแบบนั้นมา ทำให้พวกเขาก็รู้สึกสนุกกับการอ่านหนังสือ ถึงขั้นไปเอาหนังสือของมหาลัยมาอ่านกัน (ในตอนนั้นยังเรียนอยู่มัธยม) เห็นอ่านหนังสือกันทุกวันแต่แฝดทั้งสอง ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นเด็กเนิร์ดอะไรขนาดนั้น เพราะสมัยเรียนที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ในด้านการทำกิจกรรมพวกเขาต่างก็ผลัดกันเป็นประธานสีคนละปี พอถึงช่วงสอบเอนทรานซ์ เนื่องจากที่บ้านห้ามเรียนซ้ำกัน ฝาแฝดสองพี่น้องก็ตกลงกันว่าใครจะเลือกเรียนอะไร และผลเรียนต่างก็ออกมาดีเยี่ยมทั้งคู่ด้วย
3. ฉันชาย-เลือกเรียนสายแพทย์ มีความสุขกับการสอนหนังสือ และการดูแลคนไข้
“ฉันชาย” สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับ 2) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คว้าปริญญาโท และเอกด้านโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตทางระบบหายใจ จากสหรัฐอเมริกา มีความเชี่ยวชาญด้านอายุกรรมโรคปอด ระบบทางเดินหายใจและทรวงอก ปัจจุบันเป็นรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยทุกวันนี้เขามีความสุขกับการสอนหนังสือ และการดูแลคนไข้
4. ชัชชาติ-เลือกเรียนสายวิศวะ-รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมติดดิน-ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
ตอนแรกก็อยากเรียนหมอเหมือนพี่ชาย แต่เพราะไม่ชอบเลือดและไม่ชอบเรียนวิชาชีววิทยา เลยไปเรียนวิศวะแทนและจบการศึกษาจาก คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาครอบครอง ต่อมาได้รับทุนอานันทมหิดลในระดับปริญญาโท สาขาวิศวกรรมโครงสร้างจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และระดับปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์
หลังจากจบออกมา เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมในรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และเคยเป็นอดีตผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ดูแลพื้นที่ของจุฬาฯ ดูการก่อสร้างดูแลมาบุญครอง และสยามสแควร์ ประมาณ 7 ปี และอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ
เขามีภาพลักษณ์เป็นรัฐมนตรีติดดิน ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เขาชอบ ซ้อนจักรยานยนต์รับจ้าง โหนรถเมล์ นั่งรถสองแถว โดยสารรถไฟ ออกตรวจตราราชการในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงการลงพื้นที่เพื่อตรวจปัญหาด้วยตนเอง หลายครั้งที่เขาไปตรวจงานตามองค์กรของรัฐโดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้าด้วย
นอกจากนี้ ชัชชาติ ยังเป็นรัฐมนตรีคนแรกที่เป็นเน็ตไอดอล ขวัญใจของคนรุ่นใหม่ โดยเริ่มจากภาพที่ นายชัชชาติได้เดินเท้าเปล่า ถือถุงกับข้าวไปตักบาตร ที่ จ. สุรินทร์ ชาวเน็ตจึงได้ตั้งฉายาให้เขาว่า รมว. กระทรวงคมนาคมที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี จากนั้นมา ก็เกิดเป็นกระแสบนโซเชียลมีการทำภาพแต่งกายคอสเพลย์ตามกันมากมาย กระแสแรงฟีเวอร์มาก ๆ ถึงขั้นมีสติกเกอร์ไลน์และเกมเป็นรูปเขาเลยทีเดียว เรียกว่าปังมาก
5. พี่น้องคู่แฝดที่อาชีพต่างกันคนละขั้ว
พี่น้องตระกูลสิทธิพันธุ์ ทั้ง 3 คน พี่สาว และน้องชายฝาแฝด ต่างประกอบอาชีพกันคนละทิศละทาง โดยพี่สาวคนโต คือ "คุณหนึ่ง" หรือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ เป็นอาจารย์ที่คณะสถาปัตย์ "คุณฉันชาย" เป็นอาจารย์หมอที่คณะแพทยศาสตร์ และ คุณชัชชาติเคยเป็นรองศาสตราจารย์ที่คณะวิศวะ และเคยเป็นถึงผู้ช่วยอธิการบดีจุฬาฯ มาแล้ว ถึงแม้สาขาอาชีพจะต่างกัน แต่ทุกคนต่างก็เคยเป็นอาจารย์ที่จุฬาฯ เหมือนกัน ล่าสุด พร้อมรับบทบาทพ่อเมืองกรุงเทพคนใหม่ คนที่ 17 แบบมาแรงทิ้งคู่แข่งห่างลิบลับ
6. บ้านใกล้กันแต่ไม่ค่อยได้คุย / ชัชชาติชอบส่งเมสเสจชวนพี่ไปวิ่ง
ด้วยภาระหน้าที่ในการทำงานที่ต่างกัน ถึงแม้บ้านของแฝดทั้งสองจะอยู่บริเวณใกล้ ๆ กัน แต่ก็ไม่ค่อยได้เจอกันมากเท่าไร แต่ก็จะมีช่วงเช้าที่ชัชชาติส่งเมสเสจไปหาแฝดผู้พี่ฉันชายชวนออกไปวิ่งด้วยกันบ้าง โดยพวกเขาจะตื่นพร้อม ๆ กัน ไม่เกินตี 4 และสิ่งที่ทำประจำคือการออกกำลังกาย เพราะตอนเด็ก ๆ เคยอ้วนกันมาทั้งคู่ เลยถูกปลูกฝังให้ออกกำลังกายมาตั้งแต่ตอนนั้น
ทำให้จนถึงทุกวันนี้ นอกจากรักการอ่าน พวกเขาก็ยังรักการวิ่ง จะมีช่วงหลัง ๆ ที่แฝดผู้พี่ฉันชายไม่ค่อยออกไปวิ่งข้างนอกบ้าน เพราะคนชอบเข้ามาทักผิดว่าเป็นชัชชาติ ส่วนชัชชาตินอกจากวิ่งก็จะเพิ่มการออกกำลังกายแบบจักรยานเข้ามาด้วย
7. ฝาแฝดที่มีความเห็นต่างเรื่องการเมือง
ครั้งหนึ่งเคยมีข่าว ฉันชาย-พี่ชายของชัชชาติ เคยออกไปชุมนุม พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในตอนนั้น ชัชชาติ ถึงกับต้องออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก เพราะจะได้ไม่มีคนเข้าใจผิดว่า… “ถ้าเห็นคนที่หน้าคล้ายเขาไปร่วมชุมนุม ไม่ต้องตกใจ เพราะนั่นไม่ใช่ตนเองอย่างแน่นอน แต่เป็นแฝดผู้พี่ อย่างนี้จะเรียกว่าแฝดคนละฝา หรือแฝดคนละฝั่งดีเนี่ย !? ”
เคยทีกระแสข่าว สะพัดกันว่า ครอบครัวของชัชชาติเอง ก็ไม่ชอบพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะคุณแม่ ที่จะเชียร์พรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด เคยมีการคัดค้านการเข้ารับตำแหน่ง รมว.กระทรวงคมนาคมของชัชชาติก่อนหน้านี้ แต่โดยปกติแล้วเรื่องการเมือง ที่บ้านนี้จะคุยกันน้อยมาก ถึงแม้ทุกคนจะเห็นต่างแต่ก็ไม่ก้าวก่ายความคิดของกันและกัน หรือใครๆ ก็ตามแต่
..
ครั้งหนึ่ง ผู้สื่อข่าวเคยสัมภาษณ์ เรื่องการเมือง อยู่คนละขั้วเรื่องการเมืองมั้ย?
คุณฉันชาย ตอบกับผู้สื่อข่าวว่า
“คนเราอาจจะมีความชอบ หรือความเห็นบางเรื่องไม่ตรงกันอยู่แล้ว ถึงที่สุดแล้วมันก็ต้องแยกหน้าที่ แยกบทบาทกันให้ดี ส่วนตัวเชื่อว่าไม่มีใครหรอกครับ..เป็นขาวหรือดำ”
..
นี่เป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนที่น่ารักและที่ประทับใจของชาวเน็ต เมื่อได้สัมผัสมุมอบอุ่นจาก ผู้ชายที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็น ผู้ว่าฯ กทม.ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี ที่หลายคนที่รู้แล้ว ได้อ่านแล้ว ต่างต้องอมยิ้มตามในความรักใคร่อันดีของ "ครอบครัวสิทธิพันธุ์"
ล่าสุด มีกระแสข่าวเล่าให้ฟังต่อๆกันมาว่า แม้ในตอนลงพื้นที่หาเสียง แฝดผู้พี่-นายแพทย์ฉันชาย และพี่สาวสุดที่รัก "พี่หนึ่ง" ดร.ปรีชญา ก็ยังลงพื้นที่ มาช่วยน้องชายของตนเองและที่สำคัญนี่คือแรงใจ กำลังใจที่สำคัญที่สุด กำลังใจที่มาจากคนในครอบครัว ที่พร้อมผลักดันให้ในวันนี้ "ชัชชาติ" คว้าชัยชนะมาได้ และพร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17 รับหน้าที่บริหารกรุงเทพฯ ที่ทุกคนรักต่อไป อีก 4 ปี นับจากนี้!!