ขณะที่นางหนูเมย เที่ยงปา อายุ 51 ปี ภรรยานายพิรุณ กล่าวว่า สินค้าตามท้องตลาดที่ขึ้นราคา ที่นำมาเป็นตัวหลักในร้านเราหลายรายการ เช่น แก๊สหุงต้ม เนื้อหมู น้ำมันพืช และอาหารทะเล ขึ้นราคาจากเดิม 10-20 บาท แม้กระทั่งถุงพลาสติกใสหรือถุงร้อน ที่บรรจุข้าวสวยและอาหารสำเร็จรูป ยังขึ้นราคาถุงละ 5 บาท ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนสูงขึ้น จึงเป็นช่วงที่เรียกว่าของแพงทุกรายการ ขณะที่ราคาจำหน่ายเท่าเดิม แต่ลูกค้ากลับลดลง อย่างไรก็ตาม ร้านขายอาหารตามสั่งเรา ยังยืนราคาจำหน่ายคงที่ แบบยื้อราคาสุดแรงเลยล่ะ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ลูกค้า การค้าขายจึงเป็นไปแบบประคองตัว เนื่องจากยังมีภาระด้านค่าผ่อนส่งบ้านอยู่ จึงอดทนสู้ค้าขายต่อไป หวังว่าในอนาคตบรรยากาศการซื้อขายจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทั้งนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการค้าขาย สินค้าเบ็ดเตล็ด สิ่งของอุปโภค บริโภค ร้านค้า ร้านอาหาร และประชาชนทั่วไปใน จ.กาฬสินธุ์ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสินค้าราคาแพง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเงียบเหงา ไม่ต่างกับช่วงเคอร์ฟิวเลย เพราะถึงแม้จะเปิดเมืองหลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่อนคลาย แต่บรรยากาศการค้าขายยังฝืดเคืองและซบเซา จึงอยากวิงวอนให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านพลังงานเชื้อเพลิง และคุ้มครองผู้บริโภค ได้เร่งหามาตรการป้องกันสินค้าขึ้นราคาด้วย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อย กำลังได้รับความเดือดร้อนจากภาวะสินค้าราคาแพงดังกล่าว