- ชัชชาติ ลุยหาเสียง-แสดงวิสัยทัศน์ 4 ย่านสำคัญ ไม่ปราศรัยใหญ่
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครฯ เบอร์ 8 ลงพื้นที่หาใน 4 ย่านสำคัญ คือที่ สยามสแคว์ ถนนสีลม เยาวราช และถนนข้าวสาร โดยเริ่มต้นที่ย่านสยามสแคว์ มีประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างมาก พร้อมระบุถึงเหตุผลที่วันนี้ไม่เลือกปราศรัยเหมือนผู้สมัครคนอื่น ๆ ว่า การจัดปราศรัยคนต้องมาหาตนเอง แต่ตนเองอยากไปหาประชาชนมากกว่า และอยากไปดูชีวิตคนจริง ๆ จึงได้ลงพื้นที่แบบดาวกระจาย
ส่วนเหตุผลที่เชื่อว่าตนเองไม่ได้นอนมานั้น เพราะกระแสโพลเปลี่ยนไปมา ทุกคนตีตื้นได้ พร้อมย้ำว่า 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา มั่นใจว่า เดินมาถูกทางเป็นผู้ว่าฯ อิสระ ที่มีอาสาร่วมสมัครจำนวนมากที่เชื่อว่าจะทำให้กรุงเทพดีขึ้นได้ หากชนะการเลือกตั้ง ก็พร้อมเปิดตัวทีมงาน ซึ่งขณะนี้วางทีมงานไว้ 90% แล้ว
นายชัชชาติ รับว่า ที่ผ่านมากังวลการดีเบตเพราะพูดไม่เก่ง ส่วนกรณีที่ผู้สมัครบางรายบอกว่า ไม่เลือกเราชัชชาติมาแน่ มองว่า เป็นเหมือนการเชียร์ตนเอง แสดงว่าตนเองคะแนนนำ ไม่เป็นไร เป็นสิทธิเคารพกัน เพราะสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ทั้งนี้ ยืนยันว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ กทม. ก็พร้อมประสานงานกับรัฐบาลเพราะเป็นอิสระ เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง หากรัฐบาลทำอะไรที่ไม่สอดคล้องกับคนกรุงเทพฯ ก็จะต้องดำเนินการ และเชื่อว่าไม่มีปัญหาหากเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง
- “สกลธี” กร้าวต่อหน้าพระเจ้าตากฯ ขอปลดล็อคทุจริตคอรัปชั่นออกจากกรุงเทพฯ
ที่วงเวียนใหญ่ นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครหมายเลข 3 ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่ มีแฟนคลับกองเชียร์มาร่วมฟังการปราศรัย มีป้ายไฟ ป้ายสนับสนุนและส่งเสียงเชียร์นายสกลธีอย่างคึกคัก โดยนายสกลธี ระบุว่า ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มาอย่างท่วมท้น อีก 2 วัน ชาว กทม. จะได้ผู้ว่าคนที่ 17 ดีใจกับทุกคนด้วยหลังจากไม่ได้เลือกกันมา 9 ปี อยากให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ พร้อมเผยเหตุผลที่ลาออกจากรองผู้ว่าฯ มาลงสมัคร เพราะรู้สึกอัดอั้นที่อยากทำหลายอย่างแต่อำนาจจำกัด และหลายโครงการไม่ได้รับการตอบสนอง ทั้งที่เป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ยังมีปัญหาสังคมต่าง ๆ ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่งบในส่วนนี้มีแค่ 200 ล้านบาท
นายสกลธี กล่าวอีกว่า อีกปัญหาที่สำคัญคือ กรุงเทพฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนสนธยา คอรัปชั่นทุกหย่อมหญ้า มีการเรียกรับสินบน การจัดซื้อจัดจ้างหลายโครงการ วันนี้ที่มาวงเวียนใหญ่ต่อหน้าพระเจ้าตากสินฯ ขอประกาศว่า ผู้ว่าฯ ชื่อสกลธีจะไม่ยอมให้ระบบคอรัปชั่นอยู่เหนือชีวิตคนกรุงเทพฯ ประสบการณ์ที่เป็นรองผู้ว่าฯ มั่นใจว่า จะสามารถบริหารกรุงเทพฯ แก้ปัญหาได้ เพราะรู้จักปัญหาดีแต่ขาดโอกาสและอำนาจเต็มในการจัดการ ผู้ว่าฯ ชื่อสกลธี จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดและเป็นคนแรกที่หาเงินได้ใช้เงินเป็น และกระจายงบไปอย่างทุกเขตของกรุงเทพฯ อย่างเท่าเทียมกัน
นายสกลธี ทิ้งท้ายว่า การลงในนามอิสระบางครั้งอาจจะเปลือง แต่ไม่ต้องตอบแทนใครนอกจากประชาชน หลายคนถามว่าเลือกคนนั้นคนนี้ทำไม ทำไมไม่รวมกันเพื่อเลือกอีกคนให้ชนะ ขอถามกลับว่า เอาอะไรมาวัดว่า คนไหนนำอยู่ ตนไม่ขออะไรมาก แต่ขอให้คนกรุงเทพฯใช้ใจดูว่า เราจะฝากผีฝากไข้ให้เขาดูแลได้ นโยบายทำได้จริง และที่สำคัญอุดมการณ์รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ขอให้เลือกคนนั้น
- "ดร.เอ้" ปราศรัยนัดสุดท้าย ขอโอกาสคนกรุง ฟื้น "4วิกฤติ" แบบเบ็ดเสร็จ
ที่ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) พรรคประชาธิปัตย์จัดปราศัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. มีไฮไลท์สำคัญคือการปราศรัยของแกนนำพรรค อาทิ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ , นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ นายสุชัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ผู้สมัครหมายเลข 4 โดย นายสุชัชวีร์ ปราศัยปิดท้ายว่า ตั้งแต่ประกาศตัวลงรับสมัครเลือกตั้ง ก็เดินบนเส้นทางที่หฤโหส แต่ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี เพราะการทำงานในฐานะผู้ว่าฯ กทม.จะต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ 5 เดือนที่ผ่านมา เดินไปกว่า 1 - 2 ล้านก้าว รวม 50 เขตซึ่งพบรอยยิ้มของคนกรุงเทพที่มากับความยากลำบาก รอความหวังในการเปลี่ยนกรุงเทพฯ ครั้งสำคัญ
ตนไม่มีอะไรจะตอบแทนนอกจากคำมั่นสัญญาที่จะทำหน้าที่นี้อย่างดีที่สุด สาเหตุที่เลือกเวทีปราศยหัวลำโพง เพราะเป็นถือเป็น 1 ในเอเซียและเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยเมื่อ 126 ปีที่แล้วในการพัฒนาประเทศ และไทยถือเป็นประเทศแรกของเอเซียที่มีหัวรถจักรรถไฟใช้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจะต้องใช้คนที่เป็นมืออาชีพในการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ขณะเดียวกันที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ก่อตั้งรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศคือสายเฉลิมรัชมงคล ซึ่งปรากฎชื่อของสุชัชวีร์ผู้ร่วมริเริ่มรวมอยู่ในนั้น
ฉะนั้นสถานที่แห่งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการ “เปลี่ยนกรุงเทพ:เราทำได้” กทม.เป็นเมืองแห่งศักยภาพขาดแต่เพียงผู้ที่จะเป็นผู้นำ ฉะนั้นตนจึงประกาศร่วมกับทีมส.ก.ต่อประชาชนว่าเราจะต้องเปลี่ยนกรุงเทพเป็นเมืองสวัสดิการที่ทันสมัยของอาเซียนให้ได้
วันนี้ต้องยอมรับว่า กทม.กำลังวิกฤต 4 เรื่อง คือ 1.วิกฤติจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมซึ่งเกิดปัญหาเรื้อรังมาหลายปี 2.กทม.เสียโอกาสจากการเข้าถึงโลกออนไลน์และโรคอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราขาดผู้นำที่มีความรู้ความสามารถ 3.เรื่องการศึกษา หลังโควิดเป็นต้นไปเราจะพบปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพิ่มขึ้น หากไม่ได้ผู้ว่าที่มีความรู้ความเข้าใจในการผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังและที่ผ่านมายังไม่มีผู้สมัครผู้ว่าฯคนใดที่มีการพูดเรื่องนี้อย่างชัดเจน 4.สังคมผู้สูงอายุ
ฉะนั้นจากทั้ง 4 ข้อ เราจะเลือกผู้ว่าที่อิงตามกระแสการเมืองอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถและแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ “ด้วยเหตุผลนี้ในวันที่ 22 พ.ค. นี้ คนกรุงเทพจึงต้องเลือก ดร.เอ้ หมายเลข 4