ศรีลังกาผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ ขณะที่กำลังเผชิญวิกฤตการเงินครั้งเลวร้ายที่สุด และอัตราเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงถึง 40% ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พี นันดาลัล วีระสิงเห ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกา ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าศรีลังกาเข้าสู่ภาวะผิดนัดชำระหนี้ล่วงหน้า pre-emptive default หลังจากไม่สามารถชำระดอกเบี้ยพันธบัตรรวม 78 ล้านดอลลาร์ ได้ทันกำหนดระยะเวลาผ่อนผันนาน 30 วัน ที่สิ้นสุดลงเมื่อวันพุธ  เขาบอกด้วยว่าในทางเทคนิคเจ้าหนี้ก็คงเรียกว่าผิดนัดชำระหนี้  แต่สำหรับรัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนว่าศรีลังกายังไม่สามารถชำระหนี้ได้ จนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างหนี้

 

แบงก์ชาติศรีลังกาแจ้งผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรก

หลังจากนั้นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายใหญ่ที่สุดสองแห่งของโลก ได้แก่ มูดีส์ อินเวสเตอร์ และฟิตช์ เรตติงส์ ประกาศว่าศรีลังกาประสบปัญหาผิดนัดชำระหนี้แล้ว ขณะนี้ศรีลังกากำลังพยายามเจรจาขอปรับโครงสร้างหนี้จำนวนกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์ จากเจ้าหนี้ต่างประเทศ ในขณะที่ประเทศมีทุนสำรองระหว่างประเทศเหลืออยู่เพียง 25 ล้านดอลลาร์ และกำลังเจรจาขอเงินกู้จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF โดยต้องการอย่างน้อย 4,000 ล้านดอลลาร์ ในปีนี้  

 

โฆษก IMF แถลงเมื่อวานว่าการเจรจารอบล่าสุดเรื่องแผนการให้เงินกู้แก่ศรีลังกา คาดว่าจะเสร็จสิ้นในวันอังคารหน้า  และมูดีส์คาดว่ากว่าสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงอาจใช้เวลาหลายเดือน เพราะต้องรอการเห็นพ้องของเจ้าหน้าที่สองฝ่าย การอนุมัติของรัฐสภาศรีลังกา และการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร IMF 

 

แบงก์ชาติศรีลังกาแจ้งผิดนัดชำระหนี้ครั้งแรก

ผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกาเปิดเผยอีกว่า ข้อเสนอปรับโครงสร้างหนี้จัดทำเสร็จแล้ว และเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันนี้  พร้อมกับเตือนว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศอาจเพิ่มสูงขึ้นจากขณะนี้ราว 30% เป็น 40% ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า 

 

นอกจากนี้เขาบอกว่าจากสถานการณ์การเมืองที่ดีขึ้น มีรัฐบาลใหม่แล้ว ทำให้เปลี่ยนใจไม่ลาออกจากตำแหน่งตามที่ประกาศไว้เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ว่า จะลาออกหากการเมืองไม่มีเสถียรภาพภายในสองสัปดาห์ เพราะการออกมาตรการใด ๆ เพื่อกอบกู้เศรษฐกิจจะไม่สำเร็จได้ หากยังมีความวุ่นวายทางการเมือง