จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่า เบื้องต้นได้รับค่าจ้างการทำงานเดือนละ 25,000-35,000 บาท โดยเช่าที่พักในรีสอร์ทที่เกิดเหตุ และได้ใช้ด้านหลังรีสอร์ทตั้งเป็นออฟฟิศทำงานตั้งแต่เวลา 09.00 – 21.00 น. ในจันทร์–ศุกร์ และ เวลา 12.00-17.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์
เบื้องต้นแจ้งข้อหา สมคบกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปเป็นซ่องโจร เพื่อร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมในส่วนของผู้ต้องหาชาวจีนว่าเป็นคนคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด
พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมือง เปิดเผยว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย เป็นพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการแฝงตัวของคนร้ายข้ามชาติ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว การแฝงตัวเข้ามาตั้งเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำได้ง่าย ไม่เป็นที่สงสัยมากนัก
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้เข้ามาในพื้นที่ อ.ฝาง เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรวบรวมข้อมูลและสอบสวนขยายผลหาเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม โดยเชื่อว่ายังมีอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยอีก ขณะเดียวกันได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ พร้อมทั้งประสานไปยังสถานกงสุลญี่ปุ่น เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบข้อมูลของผู้เสียหายชาวญี่ปุ่นที่ถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุน เพื่อรวบรวมข้อมูลมาดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป
พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชน หากพบเห็นกลุ่มชาวต่างชาติ ที่มีการรวมกลุ่มเช่าที่พักอยู่อาศัยร่วมกันเป็นจำนวนมากจนเป็นที่ผิดสังเกต ขอให้แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเข้าทำการตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจะเข้าดำเนินการจับกุมดำเนินคดีต่อไป
ข่าว/ภาพ:นิศานาถ กังวาลวงศ์ สำนักข่าวเนชั่น ภาคเหนือ