การชุมนุมของนักศึกษามหาวิทยาลัยปักกิ่งเพื่อประท้วงการกั้นรั้วสูง กำลังเป็นหนึ่งในความท้าทายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่พยายามสยบความคิดต่อต้านมาตรการโควิดเป็นศูนย์ ก่อนการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ที่เขากำลังจะขยายวาระการดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นสมัยที่ 3

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

คณะผู้บริหารของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง หรือเป่ยต้า จำต้องถอยห่างจากแผนการกระชับพื้นที่เพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 ในหมู่นักศึกษา ภายใต้ยุทธศาสตร์โควิด-19 เป็นศูนย์ (zero-COVID) หลังมีการชุมนุมประท้วงของนักศึกษาหลายร้อยคนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ กรณีสร้างรั้วโลหะกั้นบริเวณหอพักของพวกเขาแยกจากพื้นที่ส่วนที่เหลือของมหาวิทยาลัย ขณะที่เจ้าหน้าที่และคณาจารย์ยังคงใช้พื้นที่กันได้อย่างอิสระ ความไม่พอใจยังลามถึงกฎระเบียบที่ห้ามสั่งอาหาร ห้ามญาติไปเยี่ยม และต้องทดสอบหาเชื้อทุกวัน 

 

ความท้าทายกับบันไดสู่วาระที่ 3 ของ สี จิ้นผิง

 

นายเฉิน เป่าเจี้ยน รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์ของมหาวิทยาลัย ได้ปรามนักศึกษาผ่านเครื่องขยายเสียงเรียกร้องให้พวกเขากลับเข้าหอพักและยินดีรับฟังปัญหาแบบตัวต่อตัว ซึ่งระหว่างนั้นมีนักศึกษาจำนวนมากที่ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอ นายเฉินได้ขอร้องให้พวกเขาเลิกทำเพื่อ "ปกป้องมหาวิทยาลัยปักกิ่ง" ทำให้นักศึกษาสวนกลับไปว่า "ปกป้องหรือ แล้วสิทธิกับผลประโยชน์ของพวกเราล่ะ" ทำให้คนอื่น ๆ พากันปรบมือและส่งเสียงโห่ร้อง ขณะที่นักศึกษาทั้งหญิงและชายจำนวนหนึ่งก็บุกทะลวงแบร์ริเออร์โลหะด้านหลังนายเฉิน เข้าไปยืนอยู่ใกล้ ๆ เขา 

 

ความท้าทายกับบันไดสู่วาระที่ 3 ของ สี จิ้นผิง

 

คลิปวิดีโอเหตุการณ์นี้ได้เป็นไวรัลในโซเชียลมีเดีย มีข้อความยอดนิยมในเว็บเว่ยป๋อที่ยกย่องนักศึกษาที่ต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองว่า "ประกายไฟเพียงจุดเดียว สามารถทำให้เกิดไฟไหม้ลุกลามในทุ่งหญ้าได้" และแม้คลิปจะถูกหน่วยงานเซ็นเซอร์ไล่ลบแต่ยังหาดูได้จากทวิตเตอร์ หลังการประท้วงทางมหาวิทยาลัยยอมถอยด้วยการนำรั้วโลหะออกไป และเพิ่มสวัสดิการจัดส่งสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตให้ฟรีด้วย นักศึกษาบอกว่า นี่เป็นชัยชนะหลังจากต้องตกอยู่ในสภาพ "ถูกกักบริเวณ" มานาน 7 วัน 

 

ความท้าทายกับบันไดสู่วาระที่ 3 ของ สี จิ้นผิง

นับเป็นความพยายามระงับเหตุการณ์ที่ส่อสัญญาณความไม่สงบ โดยไม่อาจปฏิเสธว่า "เป่ยต้า" เป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำที่มีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งการปฏิวัติทางวัฒนธรรมในปี 2509-2519 และการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยที่นำโดยนักศึกษาในปี 2532 โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่จัตุรัสเทียน อัน เหมิน ในกรุงปักกิ่ง แต่ก็เป็นความท้าทายครั้งล่าสุดของพรรคคอมมิวนิสต์ (CCP) ภายใต้การกุมบังเหียนของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่พยายามลบล้างความคิดเห็นต่อต้านของสาธารณชน โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเรือธง "โควิดเป็นศูนย์" ก่อนการประชุมครั้งที่ 20 ของพรรคฯ ในปีนี้ ที่จะได้เห็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นั่นคือการขยายเวลาการดำรงตำแหน่งไปสู่สมัยที่ 3 ของเขาด้วย

 

ความท้าทายกับบันไดสู่วาระที่ 3 ของ สี จิ้นผิง

 

การเผชิญการประท้วงของนักศึกษา ยังมีขึ้นในขณะที่ CCP กำลังเรียกร้องให้บรรดาผู้อาวุโสของพรรค สงบปากสงบคำสำหรับสิ่งที่พวกเขาไม่เห็นด้วยกับนโยบายของสี จิ้นผิง โดยเฉพาะกรณีที่นายกรัฐมนตรีจู หรงจี้ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการต่อวาระการดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 3 ของสี จิ้นผิง ส่งผลให้ "People's Daily" กระบอกเสียงของ CCP ต้องออกโรงด้วยบทความเตือนบรรดาผู้นำที่เกษียณไปแล้ว ไม่ให้แสดงความคิดเห็นตามอำเภอใจเกี่ยวกับนโยบายสำคัญของคณะกรรมการกลางพรรคฯ

บทความที่มีชื่อว่า "ความเห็นต่อความแข็งแกร่งของพรรค ที่สร้างสรรค์ในหมู่สหายผู้เกษียณอายุในยุคใหม่" ระบุว่า "คณะกรรมการทุกระดับของพรรค ควรเรียกสมาชิกที่เกษียณแล้วไปเข้ารับการอบรมและศึกษาเพิ่มเติม รวมทั้งพวกที่อยู่ต่างประเทศ ก็ควรจะต้องเคร่งครัดต่อกฎระเบียบเช่นกัน" ทั้งยังเตือนผู้เกษียณอายุด้วยว่าให้ถอยห่างจาก "การเผยแพร่ความคิดเห็นเชิงลบทางการเมือง และการมีส่วนร่วมในองค์กรทางสังคมที่ผิดกฎหมาย" 

 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

 

Wall Street Journal รายงานเมื่อเดือนมีนาคมว่า อดีตนายกรัฐมนตรีจู หรงจี้ วัย 94 ปี ไม่เห็นด้วยที่สี จิ้นผิง จะดำรงตำแหน่งต่อเป็นสมัยที่ 3 ในขณะที่ผู้นำคนอื่น ๆ นับตั้งแต่ประธานเหมา เจ๋อตุง ล้วนมีวาระแค่ 2 สมัย รายงานระบุด้วยว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของ CCP รวมทั้งจู หรงจี้ ต่างคัดค้านการแหวกประเพณีพรรค ของสี จิ้นผิง โดยมองว่าจะทำลายระบบการสืบทอดตำแหน่งผู้นำของพรรค ขณะที่นโยบายปฏิรูปเศรษฐกิจแบบ "เอียงซ้าย" ของสี จิ้นผิง ก็มีแนวโน้มที่จะถูกเลื่อนออกไปเพราะการคัดค้านภายในพรรค และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ 

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด