อดีตพระกาโตะ ยอมรับถอนเงินจริง แต่ไม่มีจตนายักยอก หอบหลักฐานธุรกรรม - ข้อความแชทชี้แจง ย้ำ 6 แสนใช้แก้ปัญหาส่วนตัว ที่เหลือไม่ได้นำไปใช้ อ้าง ไม่รู้มาก่อน เป็นความผิด เจ้าตัวขอบคุณ - ขอโทษสังคม และฝากให้พระสงฆ์ดูตัวเองเป็นตัวอย่าง อย่าทำแบบตัวเอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ภายหลังตำรวจ ปปป. เชิญตัว นายพงศกร จันทร์แก้ว หรืออดีตพระกาโตะ เข้าพบเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา “ยักยอกทรัพย์” จากกรณีเบิกถอนเงินวัดเพ็ญญาติ จ.นครศรีธรรมราช   เพื่อนำมาให้สีกาตองและพระคนกลาง เพื่อปกปิดเรื่องอื้อฉาวนั้น  

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายพงศกร หรืออดีตพระกาโตะ ได้เปิดเผยว่า วันนี้มาในฐานะผู้ต้องหา จากการที่เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำ เบื้องต้น ยอมรับว่ามีการเบิกถอนเงินออกมาจริง แต่ไม่ได้มีเจตนายักยอกทรัพย์ โดยนำหลักฐานข้อมูลต่างๆ เช่น บันทึกการโอนเงิน และข้อความแชต มาให้กับทางพนักงานสอบสวน

 

" เจตนาที่เบิกถอนเงินออกมาได้ให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยเบิกถอนเงินออกมา 2 ครั้ง เพื่อไปใช้กับปัญหาส่วนตัว เป็นเงินจำนวน 500,000 บาท และ 100,000 บาท รวม 600,000 บาท ส่วนเงินนอกเหนือจากนี้ ทำการเบิกถอนมา แต่ไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัว ซึ่งมีหลักฐานทั้งหมด โดยการเบิกถอนเงินนั้นได้ลงลายเซ็นร่วมกับเจ้าหน้าที่ในวัดอีก 1 คน รวมเป็น 2 ลายเซ็นตามระเบียบ ซึ่งก่อนทำการเบิกถอน ได้มีการแจ้งกับเจ้าหน้าที่วัดคนดังกล่าวแล้ว"

 

นายพงศกร กล่าวอีกว่า ปกติตนมีหน้าที่ดูแลทุกอย่างภายในวัด โดยตนได้เปิดบัญชีใหม่ขึ้นมา ซึ่งเป็นบัญชีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อนำมาใช้สำหรับรับบริจาคจากญาติโยม เนื่องจากรักษาการเจ้าอาวาสองค์ก่อน อาพาธอยู่ที่วัดบุปผาราม แต่ไม่มีการทำบัญชีเงินเข้าออก โดยเงินจำนวน 600,000 บาทที่ตนเบิกถอนมานั้น ได้เบิกถอนมาและนำมาเข้าบัญชีอื่น 

 

“ไม่ทราบมาก่อนว่าการขอยืมเงินวัดถือเป็นความผิด โดยจะให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เพราะไม่ได้มีเจตนายักยอกทรัพย์แต่อย่างใด และยังได้เตรียมหลักทรัพย์มายื่นประกันตัวอีกด้วย ”

 

ทั้งนี้ ตนอยากขอบคุณทุกคนที่เข้าใจตน และอยากขอโทษสังคม รวมถึงอยากฝากถึงพระภิกษุสงฆ์ทุกรูป ให้ดูตนเองเป็นตัวอย่าง อย่าทำเหมือนเช่นตนเอง และอยากให้ช่วยกันทำนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนาให้ดำรงคงอยู่ต่อไป