เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ดนุชา พิชยนันท์ ระบุ สภาพัฒน์คาดว่าทั้งปี 2565 เศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในช่วง 2.5-3.5% มีค่ากลางอยู่ที่ 3% ปรับลดลงมาจากคาดการณ์เดิม 3.5-4.5% เนื่องจากความไม่แน่นอนของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ส่วนเครื่องยนต์หลักจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือ การส่งออก และการท่องเที่ยว ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา 7 ล้านคน
สำหรับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจในปี 2565 ควรให้ความสําคัญกับการรักษาแรงขับเคลื่อนทาง เศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน โดยการติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมการระบาดของ โรคโควิด-19 การดูแลและแก้ไขปัญหาหนี้สินของครัวเรือน การดูแลกลไกตลาดเพื่อให้ราคาสินค้าเคลื่อนไหวสอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและการดูแลกลุ่มที่มีความเปราะบางต่อการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ ราคาสินค้า
รวมถึงการสนับสนุนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและบริการเกี่ยวเนื่อง โดยส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ และมีกําลังซื้อสูง
การพิจารณามาตรการสินเชื่อและมาตรการอื่น ๆ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้