svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง คิม จองอึน นั่งไม่ติดเล่นงาน ครม. มัวงุ่มง่าม

17 พฤษภาคม 2565

หลังเกาหลีเหนือยอมรับเรื่องการระบาดของโควิด-19 ที่แม้จะเรียกว่า "ภาวะไข้สูงผิดปกติ" ขณะที่นายคิม จองอึน ถึงกับนั่งไม่ติดที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อทะยานขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังตำหนิตั้งแต่ ครม.ยันหน่วยงานสาธารณสุขมัวแต่งุ่มง่าม จ่ายยาให้ประชาชนไม่ทันเวลาต้องพึ่งพากองทัพ

นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุด ถึงกับต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมฉุกเฉินของคณะกรรมการกลางพรรคแรงงานเกาหลี (politburo) หลังจากนั่งไม่ติดเพราะตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทางการให้เรียกว่า "ภาวะไข้สูงผิดปกติ" ยังคงทะยานอย่างไม่หยุด สำนักข่าวกลาง (KCNA) รายงานว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงบ่ายวันอาทิตย์ มีผู้มีภาวะไข้สูงจำนวนมากกว่า 392,900 คน เพิ่มจากกว่า 90,000 คน ของวันก่อนหน้านี้ แต่ ณ ตอนนี้ ตัวเลขผู้มีไข้สูงสะสมได้ทะลุขึ้นไปเป็น 1,213,550 คน และเสียชีวิต 50 คน 

 

ระหว่างการประชุมนายคิมกล่าวว่า "การแพร่กระจายของโรคระบาดร้ายแรงเป็นความวุ่นวายอย่างใหญ่หลวงที่สุด ที่เกิดขึ้นในประเทศของเรานับตั้งแต่การก่อตั้ง" และตำหนิตั้งแต่คณะรัฐมนตรีจนถึงหน่วยงานสาธารณสุขว่า มัวแต่ "งุ่มง่าม" ยาที่หน่วยงานของรัฐจัดให้ประชาชนผ่านร้านขายยาไม่ทันเวลา ไม่รู้จักวิกฤตปัจจุบันอย่างถูกต้อง เอาแต่พูดถึงจิตวิญญาณของการให้บริการประชาชนอย่างทุ่มเท แต่ทำงานอย่างไร้ความรับผิดชอบ มีการจัดการและดำเนินการที่แย่เอามาก ๆ ส่วนผู้อำนวยการสำนักงานอัยการ กลางก็ทำหน้าที่อย่างเกียจคร้านและประมาทเลินเล่อ

 

ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง คิม จองอึน นั่งไม่ติดเล่นงาน ครม. มัวงุ่มง่าม

กองทัพยังคงเป็นที่พึ่งที่สำคัญ

 

เมื่อหน่วยงานสาธารณสุขทำงานไร้ประสิทธิภาพ เกาหลีเหนือก็ต้องหันไปพึ่งสถาบันที่ทรงอำนาจสูงสุดอย่าง "กองทัพปฏิวัติประชาชนเกาหลี" (KPA) ที่ได้งบประมาณและทรัพยากรมหาศาล ภายใต้หลักการ "ทหารก่อนอื่น" โดยนายคิมได้สั่งให้หน่วยแพทย์ของกองทัพเข้าไป "รักษาเสถียรภาพในการจัดหาเวชภัณฑ์" ในกรุงเปียงยางโดยทันที

 


วางยุทธศาสตร์รับมือผิดพลาด

 

ดูเหมือนสถานการณ์ของเกาหลีเหนือ จะย้อนกลับไปในช่วงที่โลกเผชิญการระบาดเมื่อต้นปี 2563 ที่ไวรัสแพร่กระจายในหมู่ประชากรที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ไม่มีภูมิคุ้มกัน และมีทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยอย่างจำกัด เกาหลีเหนือมีเวลาในการเตรียมตัวรับมือแต่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งยังผิดพลาดที่ไปมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าประเทศ ไม่ยอมรับวัคซีนโดยบอกว่าไม่จำเป็น และเมื่อมาต้องการเอาตอนนี้ก็อาจสายเกินไป ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่าความจำเป็นเร่งด่วน ก็คือยาต้านไวรัสเพื่อรักษาประชาชนที่ติดเชื้อและยอมรับความช่วยเหลือ แต่ก็พบว่ายังไม่มีการร้องขอใด ๆ ส่วนความช่วยเหลือด้านวัคซีนที่เสนอไปก็ยังไม่ได้รับคำตอบ 

 

ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง คิม จองอึน นั่งไม่ติดเล่นงาน ครม. มัวงุ่มง่าม

 


ไม่รับความช่วยเหลือจากฝั่งใต้ 

 

ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เกาหลีเหนือจะยอมรับความช่วยเหลือจากเกาหลีใต้ แต่อาจจะยอมรับข้อเสนอจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ซึ่งหมายความว่าเกาหลีใต้อาจจะต้องช่วยเหลือ "ทางอ้อม" ผ่านองค์กรเหล่านี้ สำหรับเกาหลีเหนือการยอมรับความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์และการดูแลทางการแพทย์ มันคือความเสี่ยงที่จะปล่อยให้ "คนนอก" เข้าไป "แจกจ่ายและจัดการ" ทั้งที่ความจริงก็คือ รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันและจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น มันบ่งชี้ถึงความจำเป็นที่จะต้องรับความช่วยเหลือก็ตาม 

ยุทธศาสตร์คุมการระบาดในอดีตไร้ผล 

 

ศาสตราจารย์ฮาเซล สมิธ แห่งวิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา (SOAS) ในลอนดอน ระบุว่า มาตรการกักตัวที่เข้มงวดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่เกาหลีเหนือใช้ในการควบคุมโรคระบาดในอดีต เช่น โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (Sars) หรืออีโบลา แต่ มันใช้ไม่ได้กับโควิด-19 เพราะประเทศขาดโครงสร้างพื้นฐานองค์กร ทั้งยังเผชิญวิกฤตการขาดแคลนยาฆ่าเชื้อ ไฟฟ้าและน้ำประปา อยู่ก่อนแล้ว เมื่อการระบาดเริ่มขึ้นจึงยากที่จะควบคุมและรักษาผู้ป่วย 

 


วิกฤตความหิวโหยจะรุนแรงขึ้น 

 

เกาหลีเหนือเผชิญความอดอยากรุนแรงมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 โครงการอาหารโลกประเมินว่า มีประชากร 11 ล้านคน จากทั้งหมดกว่า 25 ล้านคน อยู่ในภาะขาดสารอาหาร และถ้าเกษตรกรที่เป็นกำลังสำคัญด้านการเกษตรกรรมเกิดล้มป่วยเพราะติดเชื้อ ก็จะทำให้เขาไม่สามารถทำงานได้ สถานการณ์ที่เลวร้ายอยู่แล้วก็จะวิกฤตหนักขึ้น

 

ยอดผู้ติดเชื้อโควิดพุ่ง คิม จองอึน นั่งไม่ติดเล่นงาน ครม. มัวงุ่มง่าม