กองทัพยังคงเป็นที่พึ่งที่สำคัญ
เมื่อหน่วยงานสาธารณสุขทำงานไร้ประสิทธิภาพ เกาหลีเหนือก็ต้องหันไปพึ่งสถาบันที่ทรงอำนาจสูงสุดอย่าง "กองทัพปฏิวัติประชาชนเกาหลี" (KPA) ที่ได้งบประมาณและทรัพยากรมหาศาล ภายใต้หลักการ "ทหารก่อนอื่น" โดยนายคิมได้สั่งให้หน่วยแพทย์ของกองทัพเข้าไป "รักษาเสถียรภาพในการจัดหาเวชภัณฑ์" ในกรุงเปียงยางโดยทันที
วางยุทธศาสตร์รับมือผิดพลาด
ดูเหมือนสถานการณ์ของเกาหลีเหนือ จะย้อนกลับไปในช่วงที่โลกเผชิญการระบาดเมื่อต้นปี 2563 ที่ไวรัสแพร่กระจายในหมู่ประชากรที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ไม่มีภูมิคุ้มกัน และมีทางเลือกในการรักษาผู้ป่วยอย่างจำกัด เกาหลีเหนือมีเวลาในการเตรียมตัวรับมือแต่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย ทั้งยังผิดพลาดที่ไปมุ่งเน้นยุทธศาสตร์การป้องกันไม่ให้ไวรัสเข้าประเทศ ไม่ยอมรับวัคซีนโดยบอกว่าไม่จำเป็น และเมื่อมาต้องการเอาตอนนี้ก็อาจสายเกินไป ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระบุว่าความจำเป็นเร่งด่วน ก็คือยาต้านไวรัสเพื่อรักษาประชาชนที่ติดเชื้อและยอมรับความช่วยเหลือ แต่ก็พบว่ายังไม่มีการร้องขอใด ๆ ส่วนความช่วยเหลือด้านวัคซีนที่เสนอไปก็ยังไม่ได้รับคำตอบ
ไม่รับความช่วยเหลือจากฝั่งใต้
ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่เกาหลีเหนือจะยอมรับความช่วยเหลือจากเกาหลีใต้ แต่อาจจะยอมรับข้อเสนอจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ซึ่งหมายความว่าเกาหลีใต้อาจจะต้องช่วยเหลือ "ทางอ้อม" ผ่านองค์กรเหล่านี้ สำหรับเกาหลีเหนือการยอมรับความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์และการดูแลทางการแพทย์ มันคือความเสี่ยงที่จะปล่อยให้ "คนนอก" เข้าไป "แจกจ่ายและจัดการ" ทั้งที่ความจริงก็คือ รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันและจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น มันบ่งชี้ถึงความจำเป็นที่จะต้องรับความช่วยเหลือก็ตาม