“ถ้ามีการดูหมิ่นเจ้าอาวาส ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นพระ ถือเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ฉะนั้นอยากฝากไปถึงวัดทุกวันในประเทศไทย หากหมอปลา หรือบุคคลใดก็ตาม มีพฤติกรรมแบบนี้ คุณไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย หรือถ้าวัดไหนถูกการกระทำเข้าข่ายลักษณะนี้ แล้วไม่กล้าแจ้งความ ขอให้แจ้งผมมา ผมจะจัดการให้ วัดไม่ต้องกลัว เพราะเราทำพุทธศาสนา อย่าให้ใครมาทำลาย หรือทำร้าย”
ทั้งนี้จากการพูดคุยกับญาติ และทนายความของ “หลวงปู่แสง” รวมถึงตัวท่าน จะไม่เอาเรื่องเอาราวกับกลุ่มที่มาบุกรุก เพราะท่านมีเมตตาธรรม รวมถึงท่านไม่สามารถเป็นผู้เสียหายได้ เนื่องจากสติสัมปชัญญะไม่ครบถ้วน เพราะป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ส่วนบุคคลใดจะแจ้งความกล่าวโทษกัน ถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล ตนเองไม่ขอก้าวล่วง โดยเฉพาะกลุ่มพระที่รอบข้างท่านในวันนั้น สามารถดำเนินคดีหมิ่นประมาทได้
“อยากเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนราคาแพงของกลุ่มบุคคลว่า การไล่จับพระสึก การตรวจสอบพระ ไม่ใช่หน้าที่ของคุณ ฉะนั้นอยากถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า พวกคุณทำอะไรกันอยู่ ที่ปล่อยให้คนไม่เกี่ยวข้องทำแบบนี้ เหมือนสำนักพุทธไม่มีหน้าที่อะไร และที่น่าสังเวชใจ เพราะวันเกิดเหตุ มีระดับนายอำเภอมากับเขาด้วย อยากถามว่า มาในฐานะอะไร หรือมีคนประสานมา แต่คุณไม่คสรมากับเขา เพราะทุกอย่างมีระเบียบหน้าที่และขั้นตอนอยู่แล้ว ผมจะไม่ดำเนินการอะไร เพราะหลวงปู่บอกให้อโหสิกรรมเถอะ ให้อภัย”
ขณะที่ทนายความของ “หลวงปู่แสง” ยืนยันว่า ตามมติและเจตนารมณ์ของหลวงปู่ ไม่ต้องการให้ดำเนินคดี และขอให้อภัยต่อสิ่งทื่เกิดขึ้น ฉะนั้นหลังจากนี้ หากมีการดำเนินการใดๆ จะไม่มีความเกี่ยวข้องกับท่านหลวงปู่ หรือญาติๆ แล้ว โดยหลวงปู่ยังแสดงความเป็นห่วงกลุ่มนักข่าวที่เข้ามาในวันนั้นอยู่เลย
ด้านญาติ “หลวงปู่แสง” ยืนยันว่า ตอนนี้อายุที่แท้จริงของหลวงปู่ น่าจะมีอายุประมาณ 105 ปี หลังจากมีการแจ้งเกิดช้า โดยเปรียบเทียบจากใบแจ้งเกิดน้องสาวของหลวงปู่เป็นหลักฐานอ้างอิง