แหล่งข่าวจาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุถึงการโฆษณาและบริการต่าง ๆ ผ่าน YouTube ว่า สคบ.กำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ โดยขอเวลาศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านช่องทางดังกล่าวอีกระยะหนึ่งว่า ดำเนินการถูกต้อง หรือขัดต่อกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทบสิทธิของผู้บริโภคหรือไม่
“ปัจจุบันเจ้าของแพลตฟอร์มได้ขายโฆษณาแล้วเอาโฆษณานั้นใส่เข้าเข้าไปเลย หรือมาอันที่มีสปอนเซอร์ก็ดับเบิ้ลเข้าไปเลย สคบ.จึงต้องมาดูให้ละเอียดว่าจะต้องทำยังไง เพราะกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภคแน่นอน แต่การจะทำอะไรก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับภาคเอกชนด้วย” แหล่งข่าวระบุ
ที่ผ่านมา สคบ. ได้มีการหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้ว และได้รับการแจ้งมาว่า กสทช. ไม่มีอำนาจดูแลเรื่องนี้โดยตรง และคงจะไปไม่ถึงในด้านการกำกับดูแลในกรณีดังกล่าว
“สคบ.เคยได้รับการร้องเรียนมาบ้างในเป็นช่องทางร้องเรียนร้องทุกข์ทางการ แต่ก็เป็นจำนวนน้อย แต่จากการลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาเรื่องเดือดร้อนของประชาชนหลายครั้ง สคบ. ก็ได้รับการแจ้ง หรือมีเสียงเรียกร้องจากภาคประชาชนอยากให้สคบ.ช่วยดูแลเรื่องนี้ ซึ่งปัจจุบันเรื่องนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนที่เป็นเจ้าภาพดูแล” แหล่งข่าว ยืนยัน
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ชัดเจนมากขึ้น สคบ. จึงเตรียมไปหารือร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ซึ่งคาดว่า จะมีอำนาจในการกำกับดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันว่า จะมีแนวทางในการออกมากำกับดูแลอย่างไรให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรม เพราะตอนนี้ก็ทราบว่า หากผู้บริโภคต้องการให้ไม่มีโฆษณาก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม ซึ่งกรณีนี้คงต้องมาดูว่าขัดต่อข้อกฎหมายใดหรือไม่
แหล่งข่าว ยอมรับว่า การดำเนินการดังกล่าว คงไม่ได้ทำได้โดยง่าย เพราะติดกระบวนการทางราชการ ตัวอย่างง่าย ๆ แม้ที่ผ่านมา สคบ. จะหารืออย่างไม่เป็นทางการกับดีอีเอสแล้ว แต่ก็ได้รับการยืนยันว่า ถ้าจะทำก็ต้องมีคำพิพากษาของศาลชี้ชัดออกมาก่อนว่ามีความผิด เพื่อจะให้ดีอีเอสเข้าไปดำเนินการ เช่น สั่งปิดหรือถอดออกได้
แหล่งข่าว ยืนยันว่า การแก้ปัญหาเรื่องการบังคับชมโฆษณาผ่าน YouTube ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้บริโภคในการเสพสื่อต่าง ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เสียเงิน แต่ต้องไม่ให้กระทบสิทธิของผู้บริโภค ไม่เดือดร้อนรำคาญ เทียบเคียงกับการดูทีวี ซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่า สามารถโฆษณาได้จำนวนเท่าไหร่ มีเวลาไม่เกินเท่าไหร่ ต่างจาก YouTube ที่โฆษณาตลอดเวลา
ดังนั้นในอนาคต สคบ. และหน่วยงานต่าง ๆ อาจต้องหยิบยกเอาตัวอย่างเรื่องของการโฆษณาทีวีมาพิจารณา เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการออกมาตรการมารองรับที่เหมาะสมต่อไป เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์มากที่สุด
ขอขอบคุณ เพจฐานเศรษฐกิจ