สืบภาค2 พร้อมด้วยชุดลาดตระเวนออนไลน์จับกุมหนุ่มใหญ่ตกงานคาห้องพักย่านรามอินทรา หลังหลอกขายโน๊ตบุ๊คชาวต่างชาติในโลกโซลเซียล ชี้เป็นการซ้ำเติมประชาชนช่วงโควิด พบเปิดบัญชีธนาคารกว่า 60 บัญชี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

12 พฤภาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดลาดตระเวนออนไลน์ (ONLINE PATROL) ของชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 ได้รับแจ้งจาก Mr.Wade สัญชาติอเมริกัน ครูสอนภาษา ได้แจ้งขอความช่วยเหลือศูนย์ปราบปรามทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (PCT) ว่าถูกหลอกขายสินค้า คือ คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ยี่ห้อ Lenovo ผ่านทางเฟซบุ๊ก มูลค่า 3,000 บาท เพื่อซื้อไว้ใช้ในการสอนนักเรียนชาวไทย

 

สืบภ.2จับหนุ่มใหญ่ตกงานหลอกขายโน๊ตบุ๊คชาวต่างชาติ

 

ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีประชาชนตกเป็นเหยื่ออีกจำนวนมากเพราะต้องการจะซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คให้ลูกไว้ใช้เรียนในช่วงโควิด-19 จึงรายงานให้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ PCT ทราบ ก่อนสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ PCT ชุดที่ 5 ดำเนินการสืบสวนและจับกุมคนร้าย

 

ทั้งนี้ โดยเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้มีความพร้อมในการรับมืออาชญากรรมที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วภายใต้ยุค 5G พร้อมทั้งให้กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และอาชญากรรมที่ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

ก่อนช่วงเช้าที่ผ่านมา ชุดปฏิบัติการ PCT ได้สนธิกำลังเข้าจับกุม นายโชติอนันต์ หรือ เบิร์ด เรืองสนธิ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.พิจิตร ณ หน้าห้องพักแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี กรุงเทพ โดยเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 915/2565 ลงวันที่ 11 พ.ค. 2565 กระทำความผิดฐาน "ฉ้อโกงประชาชน โดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน"

 

สืบภ.2จับหนุ่มใหญ่ตกงานหลอกขายโน๊ตบุ๊คชาวต่างชาติ

 

ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้น นายโชติอนันต์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าในช่วงโควิดระบาด ทำให้ตกงาน จึงได้ตัดสินใจโพสต์ขายของหลอกลวงผู้อื่น โดยใช้บัญชีธนาคารต่างๆ กว่า 60 บัญชี และเงินที่ได้มา นำไปใช้สอยในชีวิตประจำวัน และส่วนหนึ่ง นำไปซื้อยาเสพติดมาเสพ

 

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา พบว่าเคยต้องโทษฐาน เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ที่ สน.ท่าพระ ปี 2561 นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น บน www.blacklistseller.com พบว่า ผู้ต้องหาได้หลอกขายคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ จำนวน 11 ราย รวมมูลค่าความเสียหาย 27,700 บาท   

ขณะที่ พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า คนร้ายรายนี้หลอกขายโน๊ตบุ๊คในเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นโพสต์ในลักษณะสาธารณะ โดยเสนอขายแก่ผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วไป โดยอาศัยช่องโอกาสซ้ำเติมประชาชนช่วงโควิด ที่ผู้ปกครอง ตลอดจนอาจารย์ต้องหาซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คเพื่อการศึกษา ดังนั้น ใครที่ถูกหลอกสามารถติดต่อ สน.วังทองหลาง พร้อมทั้งฝากความห่วงใยถึงประชาชนเกี่ยวกับการซื้อของออนไลน์ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลของผู้ขายให้ดีก่อนตัดสินใจซื้อ เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมบนโลกออนไลน์โดยไม่รู้ตัว ด้วยความปรารถนาดีจาก ทีมลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.ภ.2

 

สืบภ.2จับหนุ่มใหญ่ตกงานหลอกขายโน๊ตบุ๊คชาวต่างชาติ