BA.1 ลดระดับลงจนสูญพันธุ์ไปแล้วในประเทศไทย
BA.2 มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่ที่ต้องระวังสมาชิกอื่นของโอมิครอนด้วยเช่นกันคือ "BA.2.12" ที่กำลังแพร่ระบาดในไทยเพิ่มขึ้น (ภาพ)
หากเกิดการกลายพันธุ์ในส่วนโปรตีนหนามอีกเพียงตำแหน่งเดียวคือ "L452Q" อาจกลายพันธุ์เป็น "BA.2.12.1" ที่สามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับที่เกิดขึ้นที่รัฐนิวยอร์กในขณะนี้
หากวิเคราะห์ถึงความได้เปรียบในการเติบโต-การแพร่ระบาด (relative growth advantage) ของไวรัสโคโรนา 2019 ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2565 ทั่วโลกพบว่า
1. โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4 คำนวณจากรหัสพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 จากทั่วโลกมี “Relative growth advantage” สูงที่สุดคือ 59% รองลงมาคือ BA.2 ประมาณ 41% จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ BA.4 จะระบาดไปทั่วโลกแทนที่ BA.2 ในเร็ววันนี้ (ภาพ 2-3)
2. ประเทศไทยมีโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ซึ่งมี “Relative growth advantage” (คำนวณจากรหัสพันธุ์ของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ระบาดในไทย) สูงที่สุดคือ 51% รองลงมาคือ BA.1 ติดลบประมาณ -21 % โดยในขณะนี้ BA.2 ได้ระบาดมาแทนที่ BA.1 เป็นที่เรียบร้อย และ BA.1 ในไทยกำลังชะลอการกลายพันธุ์ เข้าสู่โหมดของการสูญพันธุ์ จากการตรวจสอบรหัสพันธุกรรมที่แชร์ข้อมูลใน “GISAID” ยังไม่พบ BA.4 และ BA.5 ในประเทศไทย (17/4/2565)