อัยการของยูเครนซึ่งได้สอบสวนข้อกล่าวหาการก่ออาชญากรรมของรัสเซียมาตั้งแต่การผนวกไครเมียของรัสเซียในปี 2014กล่าวว่าพวกเขาได้สอบสวนการกระทำของกองทัพรัสเซียหลายพันกรณีที่อาจจะเข้าข่ายอาชญากรสงครามนับตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์โดยมีผู้ต้องสงสัยหลายร้อยคน มีการค้นพบศพนับร้อยศพในเมืองบูชานับต้้งแต่รัสเซียถอนทัพออกไปสร้างความสะเทือนใจให้คนทั้งโลก แต่รัสเซียยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนกรานว่าเป็นเพียง fake news หรือข่าวเท็จ
ทั้งประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีแห่งยูเครนและประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐต่างกล่าวหาทหารรัสเซียว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยมุ่งไปที่หลักฐานว่ามีการข่มขืน ทารุณและสังหารในพื้นที่รอบๆกรุงเคียฟที่ทหารยูเครนยึดคืนมาได้
ไบเดนกล่าวว่าต้องเรียกว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เพราะมันชัดเจนขึ้นเรื่อยๆว่าประธานาธิบดีปูตินกำลังพยายามทำลายความคิดที่ว่ามีชาวยูเครนอยู่ และหลักฐานก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะทื่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันแห่งอังกฤษก็กล่าวว่าขนาดของความโหดร้ายไม่ไกลจากคำว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หนึ่งในตัวอย่างก็คือการโจมตีสถานีรถไฟที่เมืองครามาตอร์ส(Kramatorsk)ทางตะวันออกของยูเครนด้วยขีปนาวุธเมื่อวันที่ 8 เมษายนซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 57 คน บาดเจ็บ 109 คน แต่มอสโกปฏิเสธและอ้างว่าเป็นขีปนาวุธของยูเครนเอง
รัสเซียเรียกการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเล็กๆว่าเป็นปฏิบัติการพิเศษเพื่อยุติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ประชาชนที่พูดภาษารัสเซียในยูเครนและอ้างว่าชาติตะวันตกสร้างหลักฐานปลอมเพื่อใส่ร้ายกองทัพรัสเซีย